หากจะพูดถึงเมนูอาหารที่ทำง่าย รับประทานง่าย สะดวกสบายทุกเวลา ไม่ว่าจะมื้อไหนก็ตอบโจทย์ หนึ่งในนั้นต้องมีเมนูอย่างชีสบอลรวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน เรียกได้ว่านี่คือสุดยอดเมนูอเนกประสงค์อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การจะต้องกินชีสบอลอย่างเดียวก็ดูจะเลี่ยนเกินไปเสียหน่อย บทความนี้จึงจะมาแนะนำ 4 เมนู ที่ไม่ว่าจะเสิร์ฟคู่กันเมื่อไร ก็เข้ากันได้เมื่อนั้น เป็นเคล็ดลับความอร่อยที่แสนลงตัว

เพรทเซล

คู่หูที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีที่สุดกับอาหารอย่างเพรทเซล คงต้องยกให้กับชีสดิป และด้วยเหตุนี้ ลองจินตนาการตามดูว่าหากเราผ่าชีสบอลที่ทอดเสร็จร้อน ๆ ออก ชีสสีนวลไหลเยิ้มทะลักออกมาจากภายใน จากนั้นใช้เพรทเซลจุ่มลงไป เมื่อลิ้นได้รับรสชาตินี้มันจะฟินขนาดไหน 

ลูกแพร์ชิ้นแอปเปิ้ล

ผลไม้กับชีสคือสิ่งที่อยู่คู่กันมาอย่างช้านานแล้วในประวัติศาสตร์แห่งอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลไม้ที่มีเนื้อสัมผัสกรอบแน่นอย่างลูกแพร์และแอปเปิ้ล ดังนั้นการจับพวกมันมาเสิร์ฟคู่กับชีสบอลที่ทอดเสร็จร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นฟุ้งกระจาย รับประกันได้เลยว่ารสชาติหวาน มัน เปรี้ยว จะเข้ากันได้อย่างกลมกล่อมลงตัวแน่นอน

เบเกิล

ชีสบอลจำเป็นต้องมีครีมชีสที่ดีด้วย ซึ่งหากเอ่ยถึงครีมชีส อีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเบเกิล เรียกได้ว่าเมื่อสองเมนูจากครีมชีสเสิร์ฟมาคู่กัน ผลลัพธ์ที่เกิดจะเป็นอะไรไปได้นอกจากรสชาติอร่อยเต็มปากเต็มคำ

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ลัดฟ้าจากยุโรปสู่เอเชียกันบ้าง หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะเข้ากันได้กับชีสบอล เนื่องจากฝ่ายหนึ่งคือเส้นที่คลุกเคล้ากับน้ำซุปรสชาติเข้มข้น ฝ่ายหนึ่งคือของทอดที่รสชาติหลักคือความมัน แต่อยากให้ได้ลองสักครั้ง วินาทีที่ชีสบอลลงไปในน้ำซุป จากนั้นชีสจากภายในก็เริ่มเยิ้มออกมาสู่ภายนอก ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมหน้าตาอาหารให้น่ารับประทานมากขึ้นแล้ว มันยังช่วยเพิ่มมิติความมัน และทำให้ความอร่อยของบะหมี่ที่คุ้นเคยต่างไปจากเดิม

นี่คือทั้ง 4 เมนูที่รับประกันได้เลยว่าหากเสิร์ฟมันคู่กับชีสบอลจะไม่ผิดหวัง และจริง ๆ แล้วเจ้าก้อนกลมสีเหลืองทองนี้ยังสามารถประยุกต์เข้ากับเมนูได้อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับความชอบและรสนิยมของแต่ละคน ซึ่งไม่แน่ว่าความบังเอิญอาจจะทำให้คุณค้นพบการจับคู่ที่ตัวเองชื่นชอบมากที่สุดก็เป็นได้

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Explore More

คลีนซิ่งสำหรับผิวมัน หน้ามันแค่ไหนก็รอดเอาอยู่แน่นอน!

ท่ามกลางตลาดความสวยความงามในยุค 4.0 นี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านอกจากเครื่องสำอางจะกลายมาเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตของสาวๆ หลายคนแล้ว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางหรือคลีนซิ่งก็กลายมาเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสาวๆ ที่ผิวมันหลายคนที่อาจจะมีคำถาม เลือกใช้คลีนซิ่งสำหรับผิวมันอย่างไรให้เหมาะสม สูตรไหนที่ไม่ทำให้ผิวแพ้ ระคายเคือง หรือเป็นสิวเพิ่ม มาหาคำตอบไปด้วยกันจากบทความนี้เลย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางสูตรน้ำหรือที่รู้จักกันสั้นๆ ว่าคลีนซิ่งสูตรน้ำ หนึ่งในคลีนซิ่งสำหรับผิวมันยอดนิยม เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่สาวหน้ามัน คุณสมบัติเด่นคือใช้งานง่าย ให้ความรู้สึกสบายผิวหลังเช็ดเสร็จ ไม่เหนียวเหนอะหนะ หลังเช็ดทำความสะอาดเสร็จก็สามารถล้างน้ำเปล่าแล้วตามด้วยโฟมล้างหน้าได้เลย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรน้ำมัน อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางสูตรออยล์ (Oil) คลีนซิ่งสำหรับผิวมัน ที่แม้ว่าจะสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้ผิวอุดตันหรือหน้ามันเพิ่ม คุณสมบัติเด่นคือสามารถละลายเมคอัพที่ล้างออกยากหรือเมคอัพกันน้ำได้อย่างสะอาดหมดจด ไม่ก่อให้เกิดความระคายเคืองบนผิว

เจาะลึกไคโรแพรคติก อ่านซักนิด ก่อนคิดไปจัดกระดูกแก้ไมเกรน

ปัจจุบันศาสตร์ไคโรแพรคติก (Chiropractic) หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าการจัดกระดูก เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทย ด้วยสรรพคุณที่เชื่อว่าสามารถแก้อาการไมเกรน ออฟฟิศซินโดรม และปัญหาทางด้านกายภาพต่าง ๆ อีกมากมายที่ผู้ป่วยหลายคนเคยรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่หายขาดอย่างที่ใจต้องการ ไคโรแพรคติกจึงเป็นศาสตร์การแพทย์ทางเลือกอีกวิถีหนึ่งที่ผู้ป่วยหลายคนยินดีที่จะลอง เช่นเดียวกับการแพทย์แผนจีน หรือการทำกายภาพบำบัด คำว่าไคโรแพรคติก (Chiropractic) มีรากฐานมาจากภาษากรีก คือ Χειρ (Cheir) ซึ่งแปลว่า มือ และ Πρακτικας (Praktikas) ซึ่งแปลว่า วิธีปฏิบัติใช้ได้จริง เมื่อผสมกันจึงมีความหมายว่า

แจกวิธีดูแลผิวให้สุขภาพดีเมื่อเข้าสู่หน้าฝน

เข้าสู่หน้าฝนแบบนี้ ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาผิว! เพราะด้วยอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยและความชื้นที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงละอองฝนที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรก เป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวของเราถูกทำร้ายได้ไม่แพ้ช่วงเวลาอื่น ๆ เลยทีเดียว ชวนดูเคล็ดลับดูแลรักษาผิวเมื่อเข้าสู่หน้าฝน ให้เรามีผิวสวยใสสุขภาพดีได้ทุกฤดู เคล็ดลับดูแลผิวเมื่อเข้าสู่หน้าฝน 1. ใช้ครีมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เมื่อเข้าสู่หน้าฝน ความชื้นในอากาศก็จะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผิวหน้าของเราสูญเสียความชุ่มชื้นไปด้วย และเมื่อผิวของเราขาดความชุ่มชื้น จะทำให้ผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย บางครั้งอาจผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาเพิ่ม ทำให้ผิวของเรามันเยิ้ม แต่งหน้าไม่ติด และกลายเป็นปัญหาสิวอีกด้วย ฉะนั้นแล้วสิ่งที่จะช่วยได้ก็คือการเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่เติมเต็มความชุ่มชื้นเพื่อให้ผิวยังดูสุขภาพดี 2. ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ ในช่วงอากาศที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว แม้แสงแดดจะดูเบาบางลงแต่แท้จริงแล้วรังสียูวีก็ยังคงมีอยุ่ทุกที่ หากละเลยการทาครีมเมื่อไหร่ย่อมทำให้เกิดปัญหาผิวได้อย่างแน่นอน ดังนั้นครีมกันแดดจึงยังคงเป็นไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดไม่ว่าจะฤดูไหน