วัยทำงานหลายคนมักเผชิญกับอาการนอนไม่หลับ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นปัญหาที่ส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวันและสุขภาพเป็นอย่างมาก ซึ่งวัยผู้ใหญ่ควรนอนหลับพักผ่อนประมาณ 7 – 9 ชั่วโมงต่อวันจึงจะเพียงพอ มาดูเคล็ดลับหลับสนิท สยบปัญหานอนไม่หลับกัน

สาเหตุของการนอนไม่หลับ

  1. ร่างกาย

อาการป่วย เช่น ปวดท้อง ปวดตามตัว กรดไหลย้อน ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ รวมถึงสภาวะของร่างกายอย่างการหมดประจำเดือน ส่งผลให้เกิดอาการนอนไม่หลับได้ นอกจากนี้ภาวะเมื่อยล้าจากการทำงานก็เป็นอีกปัจจัยของการนอนไม่หลับเช่นกัน

  1. จิตใจ

รู้ไหมว่าสภาวะทางอารมณ์ต่าง ๆ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เรามีอาการนอนไม่หลับได้ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความวิตกกังวล อาการซึมเศร้า หรือการหมดกำลังใจ เป็นต้น

  1. สิ่งแวดล้อม

ทุกคนน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนของเราโดยตรง เช่น เสียงดังรบกวน แสงสว่างที่มากเกินไป รวมถึงพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย เป็นต้น

นอกจากนี้การนอนไม่หลับอาจมีปัจจัยมาจากสาเหตุอื่น ๆ ได้ เช่น การใช้ยาบางชนิด การดื่มกาแฟ การดื่มแอลกอฮอล์ และการออกกำลังกายที่มากเกินพอดี

หมัดเด็ดสยบอาการนอนไม่หลับ

  • จัดสภาพแวดล้อมการนอนให้เหมาะสม ทั้งความเงียบสงบ ความมืด และอุณหภฺมิที่พอเหมาะ
  • พยายามเข้านอนเวลาเดิมทุกวันเพื่อให้ร่างกายจดจำ
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อหนักก่อนนอน เพราะอาจจะทำให้มีอาการปวดท้องและนอนไม่หลับตามมาได้
  • เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงก่อนเข้านอน
  • เลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ก่อนนอน เพราะจะทำให้ร่างกายตื่นตัว
  • พยายามผ่อนคลายจิตใตก่อนเข้านอน ไม่คิดเรื่องเครียดหรือเรื่องกดดัน

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Explore More

แจก 3 เทคนิคการดูแลผิวหน้าให้ขาว กระจ่างใส อย่างเป็นธรรมชาติ

สุขภาพผิวหน้า เป็นสิ่งที่ไม่เพียงแค่สาว ๆ ที่ควรใส่ใจเท่านั้น แต่หนุ่ม ๆ ก็ควรให้ควาามสนใจมากขึ้น เพราะใบหน้าของเรา นับว่าเป็นปราการด่านแรกที่ต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศต่าง ๆ มากมาย ส่งผลให้ความหมองคล้ำ ริ้วรอย ต่าง ๆ เริ่มเข้ามามากขึ้น ดังนั้นมาเก็บ 4 เทคนิคการดูแลผิวหน้าให้ขาว กระจ่างใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่นี่เลย การเลือกกิน การกินเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทั้งต่อผิวหน้าและสุขภาพโดยรวมทั้งหมดของเรา ดังนั้นเราควรให้ความใส่ใจกับการเลือกกินให้มากขึ้น อย่างแรกเลยคือหลีกเลี่ยงของมันและของทอด เพราะสิ่งเหล่านี้มีน้ำมันและความมันเป็นส่วนประกอบหลัก นอกจากอาจทำให้เส้นเลือดเกิดการอุดตัน เพิ่มคอเลสเตอรอลแล้ว ยังส่งผลให้ผิวหน้ามีการสะสมความมันได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีผลกระทบต่อการเกิดสิว

หมอผิวหนังแนะนำ! เคล็ดลับการเลือกสกินแคร์ของคนผิวแพ้ง่าย

ใครที่มีปัญหาผิวเซนซิทีฟยอมรู้ดีว่า การเลือกสกินแคร์ดูแลผิวให้ถูกกับหน้านั้น เป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ เพราะถ้าสุ่มไปเจอผลิตภัณฑืที่มีสารกระตุ้นแม้แต่เล็กน้อย จากผิวใส ๆ ก็อาจจะเกิดผด ผื่น ตุ่มหนอง แห้งหรือลอกได้โดยที่ทันตั้งตัว  แต่ไม่เป็นไร เพราะวันนี้เรามีเคล็ดลับการเลือกสกินแคร์ของคนผิวแพ้ง่ายที่หมอผิวหนังเป็นคนแนะนำมาฝาก ลองไปดูกันดีกว่าว่าการเลือกให้เซฟ ควรจะต้องดูอะไรประกอบบ้าง? ส่วนประกอบในสกินแคร์ (Key ingredients) แพทย์ผิวหนังแนะนำเลยว่า อันดับแรกของการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าสำหรับผิวแพ้ง่ายให้ปลอดภัย คือการพิจารณาจากส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ล้ำลึก พร้อมช่วยปลอบประโลมไม่ให้เกิดอาการระคายเคือง ตัวอย่างเช่น ผิวแพ้ง่ายที่มีสภาพผิวแห้ง อาจต้องมองหาสารสกัดจำพวกกรดไฮยาลูรอนิก, กลีเซอรีน หรือเซราไมด์ เป็นต้น ในขณะเดียวกันถ้าผิวของคุณมีโอกาสเกิดสิวง่าย

เหตุผลที่คนเป็นสิวควรเลือกใช้เจลล้างหน้าลดสิว ผิวแพ้ง่ายแทนโฟม

นอกจากสิวจะเกิดจากฮอร์โมน สภาพผิวที่มันและการไม่ดูแลรักษาความสะอาดให้ดีเท่าที่ควรแล้ว รู้ไหมว่า คนกลุ่มที่ล้างหน้าแบบสะอาดสุด ๆ ก็ยังมีโอกาสเป็นสิวเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น สิวจึงไม่ได้เกิดเพราะความสกปรกเพียงอย่างเดียว หากโฟมล้างหน้าที่ใช้ทำลายสมดุลผิว หรือไม่ชะล้างสิ่งสกปรกตามรูขุมขนให้หมด ก็อาจเกิดสิวได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่คนเป็นสิวควรเลือกใช้เจลล้างหน้าลดสิวเพื่อผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ทำไมคนเป็นสิวต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อเจล? ปกติแล้ว ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าเนื้อโฟมทั้งหลายมักจะทิ้งสัมผัสที่สะอาดจนอาจจะ “เอี๊ยด” หลังล้างหน้า แม้จะรู้สึกว่าเกลี้ยงหมดจด แต่เคยสัมผัสผิวของเราในตอนนั้นหรือเปล่าว่ามีความแห้งตึง หรือโฟมบางตัวทิ้งสิ่งตกค้างไว้ในรูขุมขน สุดท้ายแล้ว ผิวก็ยังสะอาดในแบบที่ไม่สมดุล ดังนั้น แพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่จึงแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่มีฟอง ซึ่งนั่นก็คือรูปแบบเจล ซึ่งจะไม่รบกวนผิวหนังของเรานั่นเอง แนะนำวิธีเลือกเจลล้างหน้าลดสิวเพื่อผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ การเลือกเจลล้างหน้าที่ดีต่อสุขภาพผิวของคนเป็นสิวมีวิธีการง่าย ๆ ดังนี้