ในแวดวงงานช่างโลหะ  “เครื่องเชื่อม MIG” (Metal Inert Gas) หรือที่เรียกกันว่า “เครื่องเชื่อมคาร์บอน” นั้นถือว่าเป็นเครื่องทุ่นแรงชนิดหนึ่งที่ช่างเชื่อมนิยมนำมาใช้ทำงานเชื่อมโลหะชนิดต่างๆ เพราะสามารถที่ป้อนลวดลงที่ชิ้นงานโดยอัตโนมัติอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้คนป้อนเหมือนเครื่องประเภทอื่น ใช้ลวดเชื่อมแบบเปลือยที่มีลักษณะเป็นม้วน ไม่มีฟลักซ์(Flux) หรือสารเคลือบ โดยจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นตรงแนวเชื่อมซึ่งจะคอยทำหน้าที่ป้องกันอากาศจากภายนอกเข้าไปในบ่อหลอมละลาย หากอากาศภายนอกเข้าไปทำปฏิกิริยาในระหว่างการเชื่อมจะทำให้งานออกมาคุณภาพต่ำและเกิดสนิมได้ 

ข้อดีของการใช้เครื่องเชื่อม MIG ก็คือ ใช้เชื่อมโลหะและโลหะผสมได้เกือบทุกชนิด เช่น เหล็ก เสตนเลส อะลูมิเนียม ทองแดง เป็นต้น ใช้เชื่อมงานได้ทุกท่า แล้วแต่ขนาดของลวดเชื่อมและวิธีการ และเมื่อเปรียบเทียบกับการเชื่อมไฟฟ้าด้วยธูปเชื่อมนั้นจะทำงานได้สะดวกรวดเร็วกว่า โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินแนวเชื่อมยาวๆ เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนลวดบ่อยๆ  มองเห็นการอาร์กได้อย่างชัดเจน งานเชื่อมมีความสวยงามเรียบร้อย ไม่ต้องทำความสะอาดมากนัก เหมาะกับงานเชื่อมตามโรงงานอุตสาหกรรม หรืองานที่ต้องการคุณภาพสูง

ส่วนข้อเสียของเครื่องเชื่อม MIG ก็มีเหมือนกัน คือ ใช้เวลานานในการติดตั้งและการปรับตั้งค่าค่อนข้างซับซ้อน ต้องใช้ทักษะความชำนาญพอสมควร อุปกรณ์ที่ใช้มีหลายชิ้น ไม่สะดวกในการเคลื่อนย้าย ไม่เหมาะกับงานโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องรับน้ำหนักมากๆ และอุปกรณ์มีราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีต้นทุนสูงตามไปด้วย

ดังนั้น หากช่างคนไหนอยากใช้เครื่องเชื่อมประเภทนี้ ก็ต้องพิจารณาข้อดีข้อเสียอย่างรอบคอบ เพื่อจะได้นำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับการลงทุน

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Explore More

แจกวิธีดูแลผิวให้สุขภาพดีเมื่อเข้าสู่หน้าฝน

เข้าสู่หน้าฝนแบบนี้ ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาผิว! เพราะด้วยอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยและความชื้นที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงละอองฝนที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรก เป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวของเราถูกทำร้ายได้ไม่แพ้ช่วงเวลาอื่น ๆ เลยทีเดียว ชวนดูเคล็ดลับดูแลรักษาผิวเมื่อเข้าสู่หน้าฝน ให้เรามีผิวสวยใสสุขภาพดีได้ทุกฤดู เคล็ดลับดูแลผิวเมื่อเข้าสู่หน้าฝน 1. ใช้ครีมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เมื่อเข้าสู่หน้าฝน ความชื้นในอากาศก็จะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผิวหน้าของเราสูญเสียความชุ่มชื้นไปด้วย และเมื่อผิวของเราขาดความชุ่มชื้น จะทำให้ผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย บางครั้งอาจผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาเพิ่ม ทำให้ผิวของเรามันเยิ้ม แต่งหน้าไม่ติด และกลายเป็นปัญหาสิวอีกด้วย ฉะนั้นแล้วสิ่งที่จะช่วยได้ก็คือการเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่เติมเต็มความชุ่มชื้นเพื่อให้ผิวยังดูสุขภาพดี 2. ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ ในช่วงอากาศที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว แม้แสงแดดจะดูเบาบางลงแต่แท้จริงแล้วรังสียูวีก็ยังคงมีอยุ่ทุกที่ หากละเลยการทาครีมเมื่อไหร่ย่อมทำให้เกิดปัญหาผิวได้อย่างแน่นอน ดังนั้นครีมกันแดดจึงยังคงเป็นไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดไม่ว่าจะฤดูไหน

ส่องเทรนด์ของเล่นไฮเทค ความสนุกแบบใหม่ของคนวัยเจน Z

เพราะทุกวันนี้ทุกสิ่งรอบตัวถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมทันสมัยที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนเจน Z แน่นอนว่ารวมไปถึงของเล่นไฮเทคที่จะทำให้คุณภาพจำในวัยเยาว์เมื่อสิบกว่าปีให้หลังไปได้เลย เพราะนอกจากจะมีดีไซน์ที่น่าสนใจ ยังมีฟังก์ชันความสนุกแบบล้ำสมัย พร้อมท่องโลกของเล่นแบบใหม่ได้อย่างตื่นตาตื่นใจ เริ่มอยากรู้แล้วใช่ไหมว่าของเล่นไฮเทคที่ว่าคืออะไร ตามไปดูกัน ขอบคุณรูปภาพจาก koan.co.th Sphero Mini Soccer ใครเป็นคอบอลต้องห้ามพลาด กับของเล่นไฮเทคสุดล้ำเติมเต็มความสนุกของคนรักฟุตบอลได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่าให้คุณสนุกกับการเล่นบอลโดยไม่ต้องวิ่งให้เหนื่อยในสนามกว้าง ๆ พร้อมจำลองความรู้สึกสมจริงอย่างไน้ขีดจำกัด ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ผ่านการเชื่อมต่อโดยสมาร์ตโฟน บังคับหุ่นยนต์ให้เลี้ยงลูกเคลื่อนที่ทำคะแนนได้ราวกับจับวาง ใครที่ร้างสนามมานาน อยากฝึกฝีเท้า ต้องมีของเล่นตัวนี้ติดบ้านแล้ว Rotor Riot Wired Game Controller             สายติดจอย ไม่มีนอยด์แค่ได้เล่นเกมต้องไม่พลาดของเล่นไฮเทคชิ้นนี้!

4 ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องให้ออกซิเจนสำหรับผู้ป่วย

สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องให้ออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยที่กลับมาดูแลตัวเองที่บ้าน หรือต้องการเพิ่มปริมาณออกซิเจนในอากาศสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการหายใจ แล้วยังไม่แน่ใจว่าจะต้องเลือกซื้อเครื่องแบบไหนถึงจะมีความเหมาะสมและตรงกับความต้องการของผู้ป่วย วันนี้เรามีวิธีเลือกซื้อมาฝากกัน  ขอบคุณภาพจาก www.alco-tec.co.th เลือกจำนวนลิตร สิ่งแรกที่เราต้องเลือกคือจำนวนลิตรของเครื่องออกซิเจน ซึ่งมีทั้ง 3 ลิตร 5 ลิตร และ 8 ลิตรขึ้นไป ตัวกำหนดว่าเราจะเลือกใช้จำนวนลิตรเท่าไรนั้น ในเบื้องต้นเราควรจะปรึกษาแพทย์ประจำตัวที่รักษาผู้ป่วยว่าควรจะใช้เครื่องให้ออกซิเจนขนาดกี่ลิตรดี เพราะต้องคำนวณปริมาณออกซิเจนที่ผู้ป่วยต้องได้รับ   โดยมากแล้ว เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 3 ลิตรและ 5 ลิตร จะเหมาะสำหรับการใช้ภายในบ้าน เพื่อผลิตออกซิเจนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ หรือมีปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือดต่ำ จำเป็นต้องใช้เครื่องนี้เพื่อผลิตออกซิเจนเพิ่มนั่นเอง แต่สำหรับขนาด