คนที่ใช้งานขาเยอะ ๆ หรือคนมีน้ำหนักตัวมากเมื่ออายุเริ่มสูงขึ้นสิ่งที่ร่างกายมักมีปัญหาเป็นลำดับต้น ๆ ก็คือหัวเข่า บางคนกว่าจะรู้ว่าตนเองมีอาการเข่าเสื่อมก็ปวดเมื่อยทรมานจนแทบทนไม่ไหว ดังนั้นการรู้ตัวเร็ว หรือมีวิธีสังเกตตัวเองให้ดีย่อมช่วยรับรู้ถึงอาการดังกล่าวได้ง่ายและรักษาแบบทันท่วงที หากร่างกายคุณรู้สึกแบบนี้แสดงว่าเริ่มมีอาการเข่าเสื่อมแน่ ๆ

อาการที่บ่งบอกว่าคุณเริ่ม เข่าเสื่อม

1. เกิดเสียงลั่นบริเวณข้อเข่า

สังเกตว่าเวลาตื่นเช้ามาจะรู้สึกฝืน ๆ บริเวณหัวเข่าหรือตอนที่ทำท่าทางโดยมีเข่าเป็นตัวช่วย เช่น นั่งพับเพียบ, เดินขึ้นบันได แล้วเกิดเสียงลั่นบริเวณข้อเข่า บ่งบอกได้เลยว่าอาจกำลังมีปัญหาเข่าเสื่อมแน่ ๆ

2. ปวดบริเวณหัวเข่าแม้เดินตามระดับทางปกติ

คนที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องของเข่าเสื่อมต่อให้เดินบนทางลาดชันก็ไม่ค่อยมีอะไร แต่สำหรับคนที่เริ่มสงสัยว่าตนเองเข่าเสื่อมแค่คุณเดินบนเส้นทางราบธรรมดาก็รู้สึกได้ถึงอาการปวดหัวเข่า ลองทดสอบง่าย ๆ ว่าเวลาคุณอยู่เฉย ๆ ให้ลองกดลงไปบนหัวเข่า หากเจ็บมากก็แสดงถึงความเสี่ยงต่อโรคชัดเจน

3. สัญญาณเตือนอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเอง

นอกจาก 2 อาการที่กล่าวมาคนเป็นโรคเข่าเสื่อมยังอาจมีอาการอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันด้วย เช่น ยืนนาน ๆ แล้วปวดเข่า, เดินขึ้น-ลงบันไดไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน เป็นต้น

โรคเข่าเสื่อมไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในอนาคตเอาได้ง่าย ๆ เลย 

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Explore More

เอาใจสายดื่มชา จิบระหว่างวัน ช่วยผ่อนคลาย รักษาสุขภาพ

สำหรับใครที่เป็นคนชอบดื่มชามากกว่ากาแฟ วันนี้มีข้อมูลชวนรู้เกี่ยวกับชามาฝากกัน เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยผ่อนคลายระหว่างวัน แถมยังช่วยรักษาสุขภาพด้วยสรรพคุณที่มีประโยชน์สารพันอีกด้วย ลองไปดูกัน ต้นชา เป็นพืชในตระกูล Camellia sinensis นิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่นตั้งแต่โบราณ อย่างที่พบในวัฒนธรรมจีน โดยนำใบ ยอด และก้านที่ยังอ่อนมาผ่านกระบวนการ ปัจจุบันแบ่งได้ 3 รูปแบบคือ  ชาหมัก คือการนำใบชามาผึ่งให้อ่อนตัว นวดเป็นเส้น หมักจนใบมีสีแดงหรือสีน้ำตาลเข้ม แล้วอบให้แห้ง ชากึ่งหมัก คือการนำใบชามาผึ่งให้อ่อนตัว คั่วให้สุก นวดเป็นเส้น หรือเม็ดอบให้แห้งอาจแต่งกลิ่นด้วยดอกไม้ด้วยก็ได้ ชาไม่หมัก คือการนำใบชามาอบด้วยไอน้ำเดือด หรือคั่ว

“ผิวเครียด” โรคใหม่ที่คนวัยทำงานอาจเป็นโดยไม่รู้ตัว

วัยทำงานเป็นช่วงวัยที่ต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันค่อนข้างสูง ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ง่าย ๆ ถ้าไม่ระวัง ซึ่งเราจะขอพาไปทำความรู้จักกับ “โรคผิวเครียด” โรคใหม่ที่คนวัยทำงานอาจเป็นได้โดยไม่ทันรู้ตัว โรคผิวเครียด คืออะไร? “ผิวเครียด” เป็นโรคทางจิตวิทยาผิวหนังเรียกว่า Psychodermatology มีสาเหตุมาจากความเครียดที่เป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้ร่างกายเสียสมดุล กระบวนการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายทำงานไม่ปกติ รวมถึงผิวพรรณด้วย ผิวเครียด มีอาการอย่างไร?  ผิวหนังมีอาการระคายเคืองจากการอักเสบภายในร่างกาย ซึ่งมีสาเหตุมาจากระบบย่อยอาหารทำงานไม่เป็นปกติ ทำให้ลำไส้เกิดการอักเสบ ส่งผลให้เกิดสิว โรคสะเก็ดเงิน หรือโรคติดเชื้อทางผิวหนังอื่น ๆ ได้ ผิวขาดความชุ่มชื้นและแห้งเสีย ซึ่งมีสาเหตุจากการผลิตฮอร์โมนที่มีชื่อว่า

หมอผิวหนังแนะนำ! เคล็ดลับการเลือกสกินแคร์ของคนผิวแพ้ง่าย

ใครที่มีปัญหาผิวเซนซิทีฟยอมรู้ดีว่า การเลือกสกินแคร์ดูแลผิวให้ถูกกับหน้านั้น เป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ เพราะถ้าสุ่มไปเจอผลิตภัณฑืที่มีสารกระตุ้นแม้แต่เล็กน้อย จากผิวใส ๆ ก็อาจจะเกิดผด ผื่น ตุ่มหนอง แห้งหรือลอกได้โดยที่ทันตั้งตัว  แต่ไม่เป็นไร เพราะวันนี้เรามีเคล็ดลับการเลือกสกินแคร์ของคนผิวแพ้ง่ายที่หมอผิวหนังเป็นคนแนะนำมาฝาก ลองไปดูกันดีกว่าว่าการเลือกให้เซฟ ควรจะต้องดูอะไรประกอบบ้าง? ส่วนประกอบในสกินแคร์ (Key ingredients) แพทย์ผิวหนังแนะนำเลยว่า อันดับแรกของการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าสำหรับผิวแพ้ง่ายให้ปลอดภัย คือการพิจารณาจากส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ล้ำลึก พร้อมช่วยปลอบประโลมไม่ให้เกิดอาการระคายเคือง ตัวอย่างเช่น ผิวแพ้ง่ายที่มีสภาพผิวแห้ง อาจต้องมองหาสารสกัดจำพวกกรดไฮยาลูรอนิก, กลีเซอรีน หรือเซราไมด์ เป็นต้น ในขณะเดียวกันถ้าผิวของคุณมีโอกาสเกิดสิวง่าย