สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องให้ออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยที่กลับมาดูแลตัวเองที่บ้าน หรือต้องการเพิ่มปริมาณออกซิเจนในอากาศสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการหายใจ แล้วยังไม่แน่ใจว่าจะต้องเลือกซื้อเครื่องแบบไหนถึงจะมีความเหมาะสมและตรงกับความต้องการของผู้ป่วย วันนี้เรามีวิธีเลือกซื้อมาฝากกัน 

ขอบคุณภาพจาก www.alco-tec.co.th

  1. เลือกจำนวนลิตร

สิ่งแรกที่เราต้องเลือกคือจำนวนลิตรของเครื่องออกซิเจน ซึ่งมีทั้ง 3 ลิตร 5 ลิตร และ 8 ลิตรขึ้นไป ตัวกำหนดว่าเราจะเลือกใช้จำนวนลิตรเท่าไรนั้น ในเบื้องต้นเราควรจะปรึกษาแพทย์ประจำตัวที่รักษาผู้ป่วยว่าควรจะใช้เครื่องให้ออกซิเจนขนาดกี่ลิตรดี เพราะต้องคำนวณปริมาณออกซิเจนที่ผู้ป่วยต้องได้รับ  

โดยมากแล้ว เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 3 ลิตรและ 5 ลิตร จะเหมาะสำหรับการใช้ภายในบ้าน เพื่อผลิตออกซิเจนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ หรือมีปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือดต่ำ จำเป็นต้องใช้เครื่องนี้เพื่อผลิตออกซิเจนเพิ่มนั่นเอง แต่สำหรับขนาด 8 หรือ 10 ลิตรจะเหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องพ่นยา หรือเจาะคอ 

  1. เลือกแบบกินไฟต่ำ 

อีกปัจจัยหนึ่งที่เราควรนำมาใช้ในการพิจารณาหรือเลือกเครื่องให้ออกซิเจนคือ กินไฟต่ำ ไม่ว่าจะเป็นแบบไว้ใช้ที่บ้าน หรือแบบพกพาก็ตาม ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดไฟแล้ว ในกรณีที่เป็นเครื่องแบบพกพายังช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย 

  1. มีการรับประกันสินค้า 

การรับประกันสินค้า เป็นหนึ่งในการันตีคุณภาพของสินค้าว่ามีความทนทาน และมีปัญหาค่อนข้างน้อย ยิ่งทางบริษัทมีการรับประกันที่ยาวนานมากเท่าไหร่ เท่ากับว่าเครื่องให้ออกซิเจนดังกล่าวสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานนั่นเอง 

  1. ราคาและการบำรุงรักษาเครื่อง

ข้อสุดท้ายคือ ราคาค่าเครื่องให้ออกซิเจน และราคาค่าบำรุงรักษา ของบางอย่างค่าเครื่องถูก แต่ค่าอะไหล่และค่าบำรุงรักษาแพงมาก ดังนั้น เราควรจะพิจารณาทั้งสองกรณีว่าซื้อเครื่องมาแล้ว จะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ 

4 ข้อนี้คือหลักง่ายๆ ในการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องให้ออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการหายใจ อย่างไรก็ตาม การเลือกเครื่องที่สลับซับซ้อน ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อการเลือกซื้อที่ถูกต้องและตรงกับความต้องการ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Explore More

ใครมีพฤติกรรมแบบนี้ รู้ตัวแล้วต้องเลิก! ถ้าไม่อยากผิวแก่ก่อนวัย

ใครกำลังกลุ้มใจกับปัญหาสภาพผิวแก่เกินวัยที่ควรจะเป็นต้องรีบอ่าน! เพราะบางพฤติกรรมที่เคยชินในชีวิตประจำวันอาจกำลังทำร้ายผิวของเราโดยไม่รู้ตัว จนทำให้ผิวที่เคยเต่งตึงเริ่มเผยริ้วรอยแห่งวัย ไม่ว่าจะเป็นร่องแก้ม ริ้มรอยหางตา รอยย่นบนหน้าผาก รูขุมขนกว้าง ไปจนถึงรอยดำ รอยแดงจากสิว บทความนี้จะพาไปดูพฤติกรรมเคยตัวที่เร่งผิวให้แก่ก่อนวัย รู้แล้วต้องรีบเลิก! ขยี้ตาบ่อย สาเหตุการเกิดปัญหาผิวและริ้วรอยรอบดวงตา  หลาย ๆ คนอาจเคยชินกับการขยี้ตา เมื่อเกิดอาการง่วง หรือรู้สึกระคายเคืองดวงตา แต่รู้หรือไม่ว่าการขยี้ตาบ่อย ๆ นั้นนอกจากจะทำให้ดวงตาอักเสบได้แล้ว ยังทำให้เกิดปัญหาผิวอย่างริ้วรอยรอบดวงตา และเกิดถุงใต้ตาได้! ถ้าใครที่กำลังกลุ้มใจกับถุงใต้ตาบวทตุ่ย ขอบตาดำ หรือรอยย่นรอบดวงตา รีบสังเกตตัวเงด่วนว่ามีพฤติกรรมชอบยกมือขึ้นมาขยี้ตาหรือไม่! นอนดึกเกินไปเป็นเหตุให้ผิวหน้าโทรม อย่างที่รู้กันว่าการนอนเป็นสิ่งสำคัญ แต่พฤติกรรมคนเราในปัจจุบันกลับละเลยความสำคัญอย่างเวลาที่เหมาะสมต่อการนอน

Calorie Deficit คืออะไร จำเป็นต่อการลดน้ำหนักมากแค่ไหน?

การลดน้ำหนักที่แท้จริงไม่ได้โฟกัสอยู่ที่ตัวเลขบนตาชั่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงรูปร่างและปริมาณไขมันที่ลดลงไป ด้วยเหตุนี้ ไม่เพียงแต่จะให้ความสำคัญในเรื่องของการออกกำลังกายเพื่อลดไขมันเท่านั้น แต่อาหารการกินก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้การลดไขมันเพื่อสุขภาพและรูปร่างที่ดีเป็นจริงได้ อย่างไรก็ดี การควบคุมอาหารนี้ไม่ได้หมายถึงการอด ไม่ใช่การใช้อาหารเสริมเพื่อลดความอ้วน แต่จะเป็นการเลือกทานอาหารอย่างเหมาะสมต่อความต้องการของร่างกายควบคู่ไปกับการออกกำลังที่ถูกต้องนั่นเอง โดยการทำ Calorie Deficit ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีควบคุมอาหารสามารถช่วยลดไขมันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยเช่นกัน แล้ว Calorie Deficit คืออะไร จำเป็นต่อการลดไขมันมากน้อยแค่ไหน มารู้จัก Calorie Deficit ได้ที่นี่เลย! Calorie Deficit คืออะไร? หลักการง่าย ๆ ของ Calorie Deficit

เผยเหตุผลที่ ‘น้ำผึ้ง’ กลายเป็นส่วนผสมยอดนิยมในสกินแคร์

เชื่อหรือไม่? ว่าสารให้ความหวานตามธรรมชาติอย่าง “น้ำผึ้ง” นั้นถูกนำมาใช้ตั้งบำรุงและรักษาผิวมาอย่างนานกว่าหลายศตวรรษ ด้วยสรรพคุณที่เลื่องชื่อลือนามด้านอายุรเวทสำหรับการรักษาและฟื้นฟู แม้กระทั่งราชินีที่ครองบัลลังก์แห่งความงามของอียิปต์อย่างคลีโอพัตราเองก็สร้างมาส์กบำรุงผิวจากน้ำนมและน้ำผึ้งเช่นกัน แล้วประโยชน์อะไรกันที่ทำให้น้ำผึ้งกลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบบำรุงผิวที่ล้ำค่า และมักไปโผล่อยู่ในส่วนผสมของสกินแคร์อยู่เสมอ วันนี้เราจะมาเปิดเผยความลับนั้นกัน ‘น้ำผึ้ง’ วัตถุดิบบำรุงผิวอันล้ำค่าจากธรรมชาติ ความลับแห่งผิวเนียนนุ่ม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสกินแคร์ที่มีคุณสมบัติช่วยกู้ผิวแห้งกร้านให้กลับมาเนียนนุ่มกระจ่างใจ มักจะได้รับความนิยมมาตลอดทุกยุคทุกสมัย และถ้าคุณเป็นสาวกตัวยงของวงการสกินแคร์จะต้องรู้แน่นอนว่า “น้ำผึ้ง” เป็นหนึ่งในส่วนผสมของสกินแคร์ที่ให้ผลลัพธ์ผิวเนียนนุ่มที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน และเหตุผลที่ทำให้น้ำผึ้งกลายเป็นส่วนผสมอันล้ำค่าที่จะฟื้นฟูผิวเนียนนุ่มก็มาจากคุณสมบัติเหล่านี้ สามารถทำความสะอาดรูขุมขนอย่างอ่อนโยน น้ำผึ้งนั้นมีคุณสมบัติที่จะช่วยทำความรูขุมขนที่อุดตันด้วยสิ่งสกปรกอย่างเศษผง ความมันส่วนเกิน หรือแม้กระทั่งแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหน้าของคุณได้อย่างอ่อนโยน ยิ่งไปกว่านั้นน้ำผึ้งยังไปเป็นส่วนผสมที่เหมาะกับทุกสภาพผิวอย่างเห็นได้ชัด และถ้าหากคุณเป็นคนที่มีสภาพผิวเป็นสิวง่าย จะยิ่งหลงรักการบำรุงผิวด้วยน้ำผึ้ง เพราะส่วนผสมตัวนี้จะไปช่วยต้านแบคทีเรียที่ก่อสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมให้คุณอวดผิวเนียนใสได้อย่างมั่นใจ เติมน้ำให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ หากคุณเป็นคนที่ต้องเผชิญกับสภาพผิวขาดน้ำที่น่ารำคาญใจ เราอยากให้คุณเปิดใจกับผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่มีส่วนผสมจากน้ำผึ้ง