การถ่ายภาพงานแต่งงาน
การถ่ายภาพงานเเต่งงานจะเป็นสิ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยอีกสิ่งหนึ่ง
เพราะงานแต่งงานสมัยนี้จะมีช่างภาพเพียงแค่คนเดีีียวคงจะไม่ค่อยพอ เพราะวันแต่งงานเป็นวันที่สำคัญที่สุดและมีการถ่ายภาพมากที่สุดด้วย การจะมีช่างภาพมากกว่า 1 คน คงไม่เป็นเรื่องแปลกอะไร
การถ่ายภาพงานแต่งงาน คือ
โดยช่างภาพที่เพิ่มขึ้นมาจะมีหน้าที่เก็บภาพรวมในแง่มุมอื่น ๆ อาทิเช่น เก็บภาพแคนดิดของคู่บ่าว-สาว รวมไปถึงญาติผู้ใหญ่และแขกหรือคนอื่น ๆ เก็บภาพอาคารสถานที่หรือห้องจัดเลี้ยง เก็บบรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงขณะที่บ่าว-สาวยืนถ่ายภาพอยู่หน้าซุ้ม เก็บภาพอาหาร-เครื่องดื่ม หรือพร็อบอื่น ๆ เช่นดอกไม้ เค้กน้ำแข็งสลัก ฯลฯ ที่ถูกจัดตกแต่งไว้ภายในงานรวมไปถึงการถ่ายภาพเบื้องหลังขณะที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวแต่งหน้าทำผม
ในส่วนของช่างภาพการทำงานร่วมกันสองคนนอกจากจะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่แตกต่างได้มากขึ้น จากการที่มีคนหนึ่งเก็บภาพในแบบมาตรฐานเป็นหลัก จึงทำให้อีกคนสามารถใช้ลูกเล่นและความคิดสร้างสรรค์ในการถ่ายภาพได้เต็มที่ อาทิเช่น การใช้เลนส์มุมกว้างมาก ๆ กระทั่งเลนส์ฟิชอายเพื่อมุมมองที่ดูหวือหวาแปลกตา การถ่ายภาพแบบไหว ๆ ให้ดูมีมูฟเมนต์ การถ่ายภาพจากมุมไกล ๆ หรือมุมสูง (หากสถานที่เอื้ออำนวย) อย่างนี้เป็นต้น
จริง ๆ แล้วในงานนี้ช่างภาพทั้งสองส่วนต่างมีความสำคัญพอ ๆ กัน แต่เพื่อความไม่สับสนและเข้าใจง่ายจึงขอเรียกช่างภาพที่ถ่ายในมุมมาตรฐานและ ช่างภาพประจำหน้าซุ้มว่าช่างภาพหลัก ส่วนคนที่เก็บบรรยากาศโดยรวมเรียกว่าช่างภาพรอง

หน้าที่ของช่างภาพหลักก็คือ การเก็บงานตามพิธีการที่สำคัญ เน้นความคมชัดใช้แสงใส ๆ เคลียร์ ๆ จัดองค์ประกอบภาพแบบดูง่ายเข้าใจง่ายผู้ใหญ่ชอบเป็นหลัก ช่างภาพหลักจึงมักจะต้องทำงานใกล้ชิดกับทุกฝ่ายค่อนข้างมาก จึงควรเป็นคนที่มีวาทศิลป์ดี ช่างเจรจา พูดจาหวานหู และมีจิตวิทยาที่ดีเพื่อโน้มน้าวให้ผู้หลักผู้ใหญ่ขยับไปยืนในตำแหน่งที่ต้องการโดยไม่รู้สึกว่าถูกบังคับหรือทำตามตามคำสั่ง
โดยเฉพาะเวลาถ่ายภาพหมู่หลังการหลั่งน้ำพระพุทธมนต์หรือการถ่ายภาพหมู่หน้าซุ้ม ส่วนมากญาติผู้ใหญ่มักจะเกร็ง ๆ ทำหน้านิ่ง ๆ ช่างภาพหลักต้องใช้คำพูดที่สามารถสร้างรอยยิ้ม เรียกเสียงหัวเราะ และสร้างอารมณ์ร่วมในการถ่ายภาพให้สนุกสนานผ่อนคลาย ภาพจึงจะออกมาดี ไม่ใช่เพียงแค่นับหนึ่ง..สอง..สาม..แชะ เท่านั้น เรียกว่าต้องมีความเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ในตัวค่อนข้างสูง
หน้าที่ของช่างภาพรองก็คือ การเก็บรายละเอียดของส่วนอื่น ๆ ภายในงานจึงต้องเป็นคนที่ถ่ายภาพได้หลากหลายแนวมีลูกเล่นทางการถ่ายภาพแพรวพราวขยันหามุมมองที่แปลกแตกต่าง เปรียบเสมือนตัวฟรีในเกมฟุตบอลที่สามารถจะเดินไปอยู่ตรงไหนก็ได้ภายในบริเวณงาน มีอิสระในการทำงานค่อนข้างสูงแต่ก็ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากเป็นพิเศษ เพราะการเก็บรายละเอียดในส่วนนี้มักจะเป็นส่วนที่ทำให้ภาพรวมของงานดูแตกต่าง หากสังเกตให้ดีภาพจากเว็บไซต์ต่าง ๆ มักจะนำภาพในส่วนนี้มากเป็นตัวชูโรงเป็นจุดขายเสมอ
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การทำงานเป็นทีม แบ่งแยกหน้าที่หรือลักษณะการถ่ายกันให้ชัดเจนเพื่อให้ได้ภาพที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน คนหนึ่งอาจถ่ายโดยใช้แฟลชเป็นหลัก ขณะที่อีกคนใช้แสงแอมเบียน (แสงจากแหล่งกำเนิดแสงจำพวกหลอดไฟประเภทต่าง ๆ ที่ถูกจัดไว้ภายในงาน) เป็นหลัก ขณะคู่บ่าว-สาวเดินขึ้นเวทีหรือขณะตัดเค้กต้องตกลงให้ดีว่าใครจะถ่ายมุมไหนอย่างไรที่จะไม่เป็นการกั๊กมุมกันเอง ยิ่งงานไหนใช้ช่างภาพมากกว่าสองคนขึ้นไปโอกาสที่จะทำงานซ้ำซ้อนกันก็มีมากขึ้น ถ้าหากไม่นัดแนะกันให้ดี
ในกรณีที่มีช่างภาพเกินสองคน ช่างภาพหลักยังคงมีเพียงคนเดียวและถ่ายแบบมาตรฐานตามปกติ ในส่วนของช่างภาพรองอาจแบ่งไปเลยว่าใครจะใช้เลนส์ในช่วงไหน คนหนึ่งมุมกว้าง คนหนึ่งเทเลโฟโต้ หรืออาจจะแบ่งให้คนหนึ่งเน้นเก็บภาพบุคคล ส่วนอีกคนเก็บบรรยากาศและการตกแต่งสถานที่เป็นหลัก เพื่อให้ได้งานที่มีความหลากหลายสมกับที่ใช้ช่างภาพหลายคน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก fotoinfomag ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
|