แปะผนังไว้เลย! 4 คู่สกินแคร์ที่ไม่ควรใช้ด้วยกันถ้าไม่อยากผิวพัง

A picture containing person, indoor, cut
April 20, 2022 0 Comments

ใคร ๆ ก็อยากหน้าใส ห่างไกลปัญหาผิว จึงซื้อสารพัดสกินแคร์มาใช้เพื่อหวังจะแก้ปัญหาทั้งสิว รอยสิว ความหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง แต่รู้หรือไม่ว่า การประโคมทุกอย่างลงไปพร้อม ๆ กันนั้นอาจทำให้ผิวพังมากกว่าที่คิด เพราะส่วนผสมบางอย่างนั้นอาจต่อต้านกันหรือไปยับยั้งไม่ให้ส่วนผสมอีกอย่างออกฤทธิ์ เท่ากับทาไปสูญเปล่า เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แถมยังเสี่ยงหน้าพังอีกด้วย เราไปดู 4 คู่ส่วนผสมสำหรับบำรุงผิวที่ไม่ควรใช้คู่กันหรือใช้พร้อมกันเลย

คู่ที่ 1 : Retinol + Vitamin C

เรตินอลเป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ช่วยในเรื่องริ้วรอยและรอยสิว ส่วนวิตามินซีเองก็ช่วยปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใส แต่ทั้งสองตัวนี้มีความระคายเคืองผิว ทั้งยังทำงานได้ดีในค่า pH ที่ไม่เท่ากัน ทำให้นอกจากจะเสี่ยงระคายเคืองหนักกว่าเดิมแล้วยังอาจลดทอนประสิทธิภาพของกันและกันด้วย

คู่ที่ 2 : AHA + Vitamin C

AHA มีฤทธิ์เป็นสารผลัดเซลล์ผิวและช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสเช่นเดียวกันกับวิตามินซี เพราะฉะนั้นหากนำมาใช้ด้วยกันผิวจึงเสี่ยงที่จะระคายเคืองสูงมาก แถม AHA ยังลดทอนประสิทธิภาพของวิตามินซี เพราะฉะนั้นควรแบ่งใช้แยกกันและทาครีมกันแดดทับทุกครั้ง

คู่ที่ 3 : Vitamin C + Benzoyl Peroxide (BPO) 

BP เป็นยาที่ใช้รักษาการอักเสบของผิว แต่ทาไปนาน ๆ อาจเจอปัญหาผิวแห้ง และหากใช้ที่ความเข้มข้นสูงจนเกินไปก็อาจระคายเคืองได้ ยิ่งถ้าใช้คู่กับวิตามินซีอาจยิ่งระคายเคือง แสบ แดง คัน เพราะทั้งสองตัวมีฤทธิ์กัดผิว หากอยากใช้จึงควรเคลียร์ปัญหาสิวด้วย BPO ก่อนแล้วพอเลิกใช้สักพักค่อยใช้วิตามินซีบำรุงผิวต่อ

คู่ที่ 4 : Retinol + AHA

ทั้ง Retinol และ AHA มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิวและทำให้ผิวไวต่อแดดทั้งคู่ เพราะฉะนั้นหากใช้ด้วยกินผิวจะยิ่งระคายเคือง แสง ลอก แดง จนเสียสมดุลได้ จึงควรแยกวันกันใช้ ผลัดเซลล์ผิวเพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็พอ และห้ามลืมทาครีมกันแดดเสมอหากใช้ผลิตภัณฑ์สองอย่างนี้

รู้อย่างนี้แล้ว ก่อนจะทาครีมหรือใช้โทนเนอร์ตัวไหนเช็ดหน้า อย่าลืมเช็กส่วนผสมให้ชัวร์ว่าจะไม่ตีกันหรือลดประสิทธิภาพกันและกัน เพราะเสียเงินแล้วต้องได้ผิวสวย!

Leave a Reply

Your email address will not be published.