วิธีการดูแลลูกน้อยในครรภ์ ไปพร้อมๆ กับการเลี้ยงลูกน้อยคนโต
วิธีการดูแลลูกน้อยในครรภ์พร้อมลูกน้อยคนโตอาจจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับคุณแม่ชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชหลายๆ ท่าน วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) จึงขอนำบทความดีๆ เรื่อง วิธีการดูแลลูกน้อยในครรภ์ พร้อมลูกน้อยคนโต มาฝากคุณแม่ชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชทั้งหลายกันค่ะ เชื่อว่ามีคุณแม่ชาวชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชหลายท่านที่อาจจะกำลังมองหาทางออกเรื่องนี้กันอยู่ค่ะ เพราะคุณแม่ชาวชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชหลายท่านคงจะไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับสถานะการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร ไหนจะยังลูกน้อยคนโตที่ยังไม่ประสีประสาอะไร ไหนจะต้องกังวลเรื่องลูกน้อยในครรภ์ที่เพิ่งจะได้ไม่กี่เดือน และไหนจะความกังวลต่างๆ มากมายเกี่ยวกับลูกน้อยทั้งสองอีก สำหรับเรื่องนี้ที่คุณแม่ชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชทั้งหลายกำลังเป็นกังวลามาทางออกด้วยเทคนิค วิธีการดูแลลูกน้อยในครรภ์ พร้อมลูกน้อยคนโต ที่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำมาฝากคุณแม่ชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชทั้งหลายกันดีกว่าค่ะ เชื่อว่าคุณแม่ชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชทั้งหลายจะได้รับประโยชน์จาก วิธีการดูแลลูกน้อยในครรภ์ พร้อมลูกน้อยคนโต ที่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำมาฝากกันอย่างแน่นอนค่ะ
6 วิธีการดูแลลูกน้อยในครรภ์ ไปพร้อมๆ กับการเลี้ยงลูกน้อยคนโต
1.รีบฝากครรภ์
ทันทีที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์อีกครั้งควรรีบไปฝากครรภ์เพื่อตรวจดูว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือความผิดปกติหรือไม่ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุมากหรือตั้งครรภ์ใหม่ภายใน 3 เดือนหลังจากคลอดลูก อย่าวางใจว่าการตั้งครรภ์ครั้งที่แล้วปกติดีคราวนี้ก็คงไม่เป็นอะไรหรือซื้อยามากินเอง การฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ คุณหมอจะได้ช่วยดูแลสุขภาพและแนะนำวิธีบำรุงร่างกายเพราะคุณแม่จะต้องเหนื่อยขึ้นเป็น 2 เท่า กับการเลี้ยงลูกไปพร้อมๆ กับการตั้งครรภ์
การตั้งครรภ์ครั้งนี้อาจเลือกฝากครรภ์กับแพทย์คนเดิม เพราะจะทราบประวัติและสุขภาพของคุณแม่อยู่แล้ว นอกจากนี้หากต้องเลี้ยงลูกด้วยการเดินทางไกลอาจไม่สะดวกนักจึงควรเลือกฝากครรภ์กับสถานพยาบาลที่ใกล้บ้านหรือเดินทางสะดวกก็จะช่วยประหยัดเวลาและไม่เหนื่อยด้วยค่ะ
2. ให้นมลูกคนโต
หากมีเจ้าตัวเล็กอยู่ในท้องอีกคนตอนที่ลูกคนโตยังเล็กอยู่ก็ยังสามารถให้ลูกคนโตดูดนมหรือปั๊มนมได้ แต่ถ้าสังเกตว่าในขณะที่ให้ลูกดูดนมหรือปั๊มนมแล้วรู้สึกว่ามดลูกมีการบีบรัดตัวก็ควรหยุดให้นมก่อน เพราะการให้ลูกดูดนม (โดยเฉพาะช่วงที่อายุครรภ์มากแล้ว) จะกระตุ้นให้ฮอร์โมนออกซิโตซินหลั่งมาจากต่อมใต้สมองมากขึ้นทำให้เกิดการบีบรัดตัวของมดลูกจึงมีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดหรือแท้งได้ ในช่วงนี้อาจให้ลูกกินนมผสมทดแทนไปก่อน
ส่วนการอุ้มลุกคนโตนั้นควรอุ้มให้น้อยลง เพราะด้วยอายุครรภ์ของคุณแม่และน้ำหนักของลูกคนโตที่เพิ่มมากขึ้น เวลาอุ้มอาจทำให้มีอาการปวดหลังหรือเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

3. แม่ลูกผูกพัน
ถึงแม้จะไม่สามารถให้นมและอุ้มลูกคนโตได้ แต่ก็สามารถสนุกกับลูกทั้งสองไปพร้อมๆ กันได้ด้วยการเล่น เช่น ร้องเพลงหรืออ่านนิทานให้ลูกฟังพร้อมกัน หรือถ้าลูกคนโตเริ่มพูดได้แล้วอาจให้ลูกคุยหรือร้องเพลงให้น้องในท้องฟังก็ได้ ก็ทำให้อารมณ์ดี สนุกสนานทั้งแม่และลูก แต่ก็ต้องระวังการเล่นที่รุนแรงหรือกระทบต่อลูกในท้องด้วย เช่น ระวังอย่าให้ลูกคนโตทับท้อง เป็นต้น
4. พักผ่อนอย่างเพียงพอ
คุณแม่ต้องหาผู้ช่วยแล้วล่ะค่ะ เพราะหากต้องเลี้ยงลูกไปพร้อมๆ กับการตั้งครรภ์แล้วยังต้องทำงานบ้านอีกจะทำให้เหนื่อย อ่อนเพลีย และสุขภาพร่างกายทรุดโทรมลง รวมถึงจะทำให้เกิดความเครียดและกดดันกับการทำหลายอย่างพร้อมกัน จึงควรหาผู้ช่วยมาช่วยจัดการงานเล็กๆ น้อยๆ ภายในบ้าน อาจเป็นคุณพ่อ ญาติสนิทหรือพี่เลี้ยง เพื่อช่วยดูแลลูกและแบ่งเบางานในบ้าน คุณแม่จะได้มีเวลาสำหรับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ
5. อาหารและออกกำลังกายก็จำเป็น
ถึงแม้จะไม่ใช่การตั้งครรภ์ครั้งแรก แต่เรื่องอาหารและการออกกำลังกายก็ยังเป็นเรื่องที่จำเป็น โดยเฉพาะคุณแม่ที่เพิ่งคลอดน้ำหนักยังไม่กลับสู่สภาวะเดิมจึงต้องควบคุมอาหารให้ดี ให้น้ำหนักตัวขึ้นตามเกณฑ์อย่าให้เพิ่มขึ้นมากและเร็วเกินไป พยายามกินอาหารที่มีประโยชน์ให้มากเพราะต้องใช้พลังงานสำหรับลูกทั้ง 2 คน จึงควรเน้นกินอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูงลดอาหารที่มีแป้งและไขมันสูง ของหวานหรือขนมจุบจิบ
ส่วนการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดก็คือ การพาลูกไปเดินเล่นหรือว่ายน้ำ ถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็ให้ลูกนั่งในรถเข็นแล้วคุณแม่เข็นรถเดินหรือจูงลูกเดินในที่หัดเดินของเด็ก แต่ถ้าลูกเริ่มวิ่งเล่นหรือว่ายน้ำเป็นแล้วอาจพาลูกไปวิ่งเล่นที่สวนสาธารณะหรือว่ายน้ำก็ได้
6. อารมณ์ดี...สิ่งสำคัญ
อารมณ์ของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่ต้องดูแลไม่แพ้สุขภาพกาย เพราะหากหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน ก็จะไม่เป็นผลดีต่อเจ้าตัวเล็กและลูกในท้องด้วย จึงต้องดูแลตัวเองให้สดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอ อาจทำกิจกรรมที่ชอบ เล่นกับลูก แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใส ไปเที่ยวกับสามี พูดคุยกับเพื่อน หรือญาติที่สนิทในเรื่องที่สบายใจ ก็จะช่วยผ่อนคลายอารมณ์และทำให้มีกำลังใจมากขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลแม่และเด็กจาก mother&care ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต
|