น่ารู้ โรค "เต้านมผิดปกติ"
เต้านมผิดปกติเป็นอีกหนึ่งโรคที่ควรเฝ้าระวังโดยเฉพาะในหมู่ผู้หญิงอย่างเรา วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) จึงของนำเรื่อง โรคเต้านมผิดปกติ มาบอกเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณผู้หญิงทุกคนค่ะ เพราะอันที่จริงแล้ว เต้านมผิดปกติ นั้นมีหลากหลายโรคไม่ใช่เฉพาะมะเร็งเต้านมแต่เพียงอย่างเดียว ตามเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มาดูกันดีกว่าค่ะว่า เต้านมผิดปกติ นั้นมีกี่โรคกันแน่ และ โรคเต้านมผิดปกติ เราควรที่จะหาทางแก้และเฝ้าระวังอย่างไรกันบ้าง ซึ่งวันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มีนำแนะนำมาฝากกันด้วยค่ะ อย่ามองข้ามความผิดปกติเล็กน้อยๆ จนเป็นเรื่องใหญ่ที่คุณมองข้ามไปนะค่ะ ยิ่งเป็นเรื่องสุขภาพในสมัยนี้ยิ่งต้องระวังแม้่ทว่าวิวัฒนาการทางการแพทย์จะดีมากเพียงใดก็ตามแต่ก็ห้ามประมาณโดยเด็ดขาดค่ะ ฉะนั้นแล้วเรามาดู โรคเต้านมผิดปกติ กันเลยดีกว่าค่ะ คุณผู้หญิงทุกคนจะได้เฝ้าระวังไว้ค่ะ
8 โรค "เต้านมผิดปกติ"
1. เต้านมเกิน
การมีเต้านมเกินมักพบได้บริเวณรักแร้บางครั้งอาจพบหัวนมเกินร่วมด้วยซึ่งพบได้ตามแนวจากรักแร้ลงมาตามท้องถึงขาหนีบ ภาวะนี้จะเห็นเด่นชัดเมื่ออายุมากขึ้นหรือในช่วงตั้งครรภ์และมีลูกบางคนอาจมีน้ำนมไหลออกมาได้ จากการสังเกตจะพบเป็นก้อนเนื้อห้อยบริเวณรักแร้ภาวะนี้ไม่มีอันตรายใดๆ แต่เพื่อความสวยงามก็สามารถผ่าตัดออกได้
2. เต้านมโตไม่เท่ากัน
เต้านมคนเราสองข้างบางครั้งก็โตไม่เท่ากันได้แต่ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันไม่มากนักความแน่นของเต้านมอาจไม่เท่ากันซึ่งเกิดได้เนื่องจากเนื้อเต้านมตอบสนองต่อฮอร์โมนเพศได้ไม่เท่ากัน ถ้าหากความแตกต่างมากจนเห็นได้ชัดก็สามารถผ่าตัดแก้ไขได้การผ่าตัดสามารถทำการผ่าตัดลดขนาดเต้านมลงหรือผ่าเพื่อเสริมข้างที่เล็กให้ใหญ่ขึ้น

3. เต้านมโตเกิน
เต้านมโตเกินมักเกิดขึ้นในวัยสาวช่วงอายุ 13-35 ปี เต้านมจะขยายโตขึ้นมากกว่าปกติ การมีเต้านมที่ใหญ่เกินมักจะมีผลทางด้านจิตใจโดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นแต่ไม่มีอันตรายใดๆ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่ถ้าเต้านมโตมากๆ จนมีผลเสียต่อร่างกาย สังเกตได้จากผลของน้ำหนักของเต้านมที่มากเกินไปทำให้มีอาการปวดหลัง ปวดไหล่ หรือมีจุดอับชื้นที่ราวนมได้ ถ้ามีอาการดังกล่าวก็สามารถผ่าตัดแก้ไขให้มีขนาดเต้านมที่เล็กลง
4. หัวนมบอด
เป็นอาการที่หัวนมบุ๋มลงไปในเต้านมเกิดจากมีความผิดปกติในช่วงการพัฒนาของเต้านมมีการหยุดการเจริญของหัวนมก่อนกำหนดทำให้หัวนมหดสั้นและมีเนื้อเยื่อพังผืดดึงรั้งมีผลทำให้การดูแลทำความสะอาดลำบาก เกิดการติดเชื้อได้ง่ายและที่สำคัญคือ ให้นมลูกได้ยาก เด็กจะดูดนมได้ลำบาก ในรายที่เป็นไม่มากสามารถแก้ไขได้โดยทำการดึงนวดบ่อยๆ ตั้งแต่เมื่อรู้ว่าเริ่มตั้งครรภ์ แต่หากหัวนมบอดเกิดขึ้นภายหลังวัยสาวรุ่น ให้นึกเสมอว่าอาจมีความผิดปกติที่สำคัญเกิดขึ้นและเป็นอาการเตือนให้มาปรึกษาแพทย์
5. การปวดเต้านมตามรอบเดือน
การปวดเต้านมตามรอบเดือนเป็นอาการที่พบได้บ่อยของสาวๆ และหลายคนมักไปพบแพทย์กันค่อนข้างเร็ว เนื่องจากเกรงว่าจะมีความผิดปกติ หรือคิดว่าเป็นอาการของมะเร็งเต้านม แต่ในความเป็นจริงแล้วมะเร็งเต้านมมักตรวจพบก้อนก่อนและมักไม่มีอาการเจ็บปวด การปวดเต้านมเพียงอย่างเดียวโดยที่ตรวจไม่พบความผิดปกติอื่นๆ อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องรับการรักษา เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติแต่ในบางครั้งถ้าอาการปวดรุนแรงจนรบกวนชีวิตประจำวันควรปรึกษาแพทย์
6. เนื้องอกชนิดธรรมดา หรือก้อนไฟโบรอะดีโนมา (Fibroadenoma)
ก้อนที่เต้านมนี้พบได้บ่อยในวัยรุ่นและเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นเนื้องอกธรรมดา เนื้องอกชนิดนี้เกิดจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศในช่วงที่มีการพัฒนาเต้านม ปกติก้อนจะมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร อาจพบว่าโตขึ้นได้ช้าๆ และไม่มีอาการเจ็บปวด ก้อนจะมีลักษณะกลมกลิ้งไปมาได้เวลาคลำ การพบเนื้องอกชนิดนี้ถ้าได้รับการตรวจวินิจฉัยที่แน่นอนแล้วอาจไม่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดเอาก้อนออกเสมอไป เนื่องจากก้อนเนื้อนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นเนื้อร้ายในภายหลัง นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่า หนึ่งในสามของก้อนที่พบยุบฝ่อลงไปได้เอง อีกหนึ่งในสามจะโตขึ้นเรื่อยๆ และอีกส่วนหนึ่งจะมีขนาดคงที่ยกเว้นในกรณีที่ก้อนมีขนาดใหญ่กว่า 2 เซนติเมตร หรือมีขนาดโตขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม
7. ซีสต์หรือถุงน้ำที่เต้านม
เกิดขึ้นจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเพราะในช่วงของรอบเดือนจะมีการสร้างสารน้ำต่างๆ ขึ้นในส่วนของเต้านม เมื่อมีการสร้างสารน้ำและการดูดกลับคืนไม่สมดุลกันก็จะเกิดเป็นถุงน้ำค้างอยู่ ซีสต์อาจจะมีขนาดโตขึ้นเล็กน้อยหรือหายไปได้เองตามช่วงต่างๆ ของรอบเดือน ซีสต์หรือถุงน้ำพบได้บ่อยขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นและอาจมีอาการปวดบริเวณก้อนร่วมด้วย สำหรับหลังวัยที่หมดประจำเดือนซีสต์จะค่อยๆ หายไปได้เอง แต่ถ้าพบอาการปวดร่วมด้วยหรือซีสต์มีขนาดใหญ่เพียงการใช้เข็มเจาะดูดน้ำออกก็เป็นการเพียงพอแล้ว ส่วนในกรณีน้ำที่ดูดออกมามีเลือดปนก็จะถูกส่งไปตรวจเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเซลล์ที่ผิดปกติร่วมอยู่ด้วย
8. มะเร็งเต้านม
มักจะพบมากในผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันยังพบได้ในผู้ที่มีอายุน้อยลงเพิ่มมากขึ้น อาการที่พบได้บ่อยที่สุด คือ การคลำพบก้อนไม่มีอาการปวดหรือเจ็บหากตรวจพบมะเร็งได้ในระยะเริ่มแรกจะมีโอกาสหายขาดสูงมาก นอกจากนี้อาการผิดปกติอื่นๆ ที่อาจจะพบร่วมด้วย ได้แก่ การมีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนม มีแผลที่ลานหัวนม หัวนมบุ๋ม ผิวหนังของเต้านมบวมหรือถูกดึงรั้ง ก้อนที่มีขนาดโตขึ้นและไม่เจ็บ ก้อนอาจคลำได้ไม่ชัดเจนหรือพบก้อนที่รักแร้ร่วมด้วย เป็นต้น
หากตรวจพบความผิดปรกติหรือโรคต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคเพิ่มเติมและทำการรักษาต่อไป แต่ทางที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงทุกคนคือ การรู้จักหมั่นตรวจสอบสภาพร่างกายและดูแลเต้านมของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
ขอขอบคุณข้อมูลวิธีการดูแลสุขภาพขาวจาก ชีวจิต ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต
|