เกร็ดน่ารู้! อาหารทำลายสุขภาพ
วันนี้เรานำเกร็ดน่ารู้เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองมาบอกค่ะนั่นก็คือเรื่องอาหารทำลายสุขภาพนั่นเองค่ะ เรื่องอาหารการกินนั้นจัดเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดต่อร่างกายคนเราเพราะไม่มีวันไหนที่เราไม่เอาอาหารใส่ปากใช่ไหมล่ะค่ะ ฉะนั้นแล้วร่างกายจะได้รับสารอาหารที่ดีหรือครบท้วนหรือไม่ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวคุณเองแล้วล่ะค่ะ แต่หากว่าเลือก อาหารทำลายสุขภาพ ก็จะส่งผลในทางลบต่อร่างการของเราอีกเช่นเดียวกันค่ะ บางครั้งก็อาจจะร้ายแรงถึงชีวิตได้ ฉะนั้นแล้วเรื่อง อาหารทำลายสุขภาพ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้น่าจะเป็นเกร็ดความรู้ที่ดีมากเลยทีเดียวค่ะ ฉะนั้นแล้วก็อย่าลืมที่จะเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพกันด้วยนะจ๊ะ ว่าแล้วมาดูเรื่องอาหารทำลายสุขภาพกันต่อเลยดีกว่าค่ะ
5 อาหารทำลายสุขภาพ
1. เห็ด
อาจเป็นที่รู้ๆ กันว่าเห็ดเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เห็ดที่อันตรายหรือเห็ดที่มีพิษนั้นนอกจากทำให้เกิดอาการทางประสาทหรือประสาทหลอนแล้ว เห็ดยังมีอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น เห็ดระโงกหิน (Death Cap) และ เห็ดไข่เป็ด (Destroying Angel) เป็นเห็ดที่มีพิษร้ายแรง แม้จะมีข่าวอยู่บ่อยครั้งว่า เสียชีวิตเพราะทานเห็ด แต่ทุกวันนี้ยังคงมีคนนิยมเก็บเห็ดตามป่ามาปรุงอาหารโดยไม่ทราบว่ามีพิษหรือไม่ ดังนั้นการเลี่ยงรับประทานเห็ดที่หน้าตาไม่คุ้นหรือไม่รู้จักจึงปลอดภัยที่สุดค่ะ
2. มันสำปะหลัง
มันสำปะหลังมักถูกนำมาผลิตในอาหารหลากหลายรูปแบบ แต่พืชชนิดนี้จะส่งผลกระทบร้ายแรงหากมีวิธีและขั้นตอนการเตรียมที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ในมันสำปะหลังยังมีสารไซยาไนด์แฝงอยู่ซึ่งหากได้รับในปริมาณมากอาจส่งผลถึงชีวิตเช่นกัน อย่างไรก็ดีเราจึงควรรับประทานอาหารหรือขนมที่ทำจากมันสำปะหลังในปริมาณที่พอเหมาะสมและซื้อหรือปรุงด้วยวิธีที่ถูกต้องนะค่ะ

3. ทูน่า
แทบไม่คาดคิดเมื่อปลาทูน่าอาหารยอดนิยมอีกชนิดหนึ่งในสังคมปัจจุบันจะถูกประกาศเป็นอาหารสุดยอดอันตราย ทั้งนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเตือนสตรีมีครรภ์และเด็กให้หลีกเลี่ยงหรือรับประทานในปริมาณแต่น้อย เนื่องจากทูน่าคือปลาตัวเล็กหลากหลายสายพันธุ์และมีปริมาณสารปรอทสูงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการคลอดบุตรสำหรับคุณแม่มีครรภ์และอาจทำลายระบบประสาทสำหรับเด็กที่กำลังมีพัฒนาการ
4. ฮอทดอก
สถาบันกุมารเวชศาสตร์สหรัฐอเมริการะบุว่า อาหารชนิดนี้ส่งผลอันตรายทั้งต่อเด็กและผู้ใหญ่เพราะเนื้อที่นำมาผลิตมักมีคุณภาพต่ำหรือเป็นการนำเศษเนื้อที่เหลือจากโรงฆ่าสัตว์มาบดและทำเป็นไส้กรอก จากรายงานบอกว่า 17 เปอร์เซ็นต์ของเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี มักเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจเมื่อบริโภคฮอทดอก
5. ผักใบเขียว
เป็นที่น่าตกใจเมื่ออาหารจำพวกผักใบเขียวที่แลดูเป็นประโยชน์ต่อร่างกายจะตกอยู่ในอาหารอันตรายเช่นกัน โดยเมื่อปี 2009 ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์สาธารณะระบุชื่อผักใบเขียวทั้งหลาย อาทิ ผักโขม ผักสลัด กะหล่ำปลี ผักชีฝรั่ง และผักคะน้า ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาในสหรัฐฯ มีผู้ป่วยจากผักดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่รับประทานอาหารตามร้านหรือภัตตาคาร ส่วนการติดเชื้อเชื่อว่าเกิดจากการละเลยความสะอาดทั้งความสะอาดของมือผู้ปรุงอาหารและความสะอาดของผักที่ล้าง โดยเชื้อโรคส่วนใหญ่ที่มากับผักชนิดดังกล่าว คือ ไวรัสไนโร ซึ่งติดมากับผักเมื่อได้รับการสัมผัสจากสัตว์ป่า หรือน้ำที่ไม่สะอาด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
|