คุมกําเนิดแบบไหนดีที่สุด? น่ารู้! วิธีการคุมกำเนิด ยาคุมกําเนิด
คุมกําเนิดแบบไหนดีที่สุด? คำถามนี้มีคำตอบพร้อมกับไขเรื่องวิธีการคุมกำเนิดและยาคุมกําเนิดอีกด้วยค่ะ คำถามที่ว่า คุมกําเนิดแบบไหนดีที่สุด? คงจะเป็นคำถามที่คุณผู้หญิงหลายคนสงสัยแต่ก็เชื่อว่าคงจะไม่ใช่แค่ผู้หญิงอย่างเดียวคุณผู้ชายเองก็คงสงสัยเช่นเดียวค่ะ คำถามนี้ก็ต้องเชื่อมโยงไปถึง วิธีการคุมกำเนิด และ ยาคุมกําเนิด อย่างแน่นอน มีหลายๆ คำถามเกี่ยว วิธีการคุมกำเนิด และ ยาคุมกําเนิด ที่คุณผู้หญิงสงสัย วันนี้เราของจัดเรื่องวิธีการคุมกำเนิดและยาคุมกําเนิดด้วยกัน 11 ข้อใหญ่ๆ ที่ครอบคลุมทุกความสังสัยของคุณผู้หญิงทั้งหลายค่ะ นั้นอย่ามามัวเสียเวลาเลยค่ะเรามาดูคำตอบนี้กันเลยดีกว่าค่ะ
คุมกําเนิดแบบไหนดีที่สุด? วิธีการคุมกำเนิด ยาคุมกําเนิด
1. กำลังจะเริ่มทานยาคุมกำเนิดแต่ที่ร้านขายยาแนะนำว่า ให้กินหลังจากหมดประจำเดือนวันแรก แต่ที่โรงพยาบาลบอกว่าให้กินในช่วงวันที่ 1-5 หลังหมดประจำเดือน ตกลงแล้วจะเชื่อใครดีคะ ?
- การที่คุณได้รับข้อมูลที่แตกต่างกันและทำให้คุณสับสนนั้นก็ต้องถามก่อนว่าคุณเลือกกินแบบไหน เข้าใจว่าที่เภสัชกรแนะนำแบบนั้นแสดงว่า เขาต้องแนะนำยาคุมกำเนิดแบบแผง 21 เม็ดให้ แต่ถ้าได้กินตั้งแต่วันที่ 1-5 หลังจากประจำเดือนรอบนั้น แสดงว่า เป็นยาคุมแบบแผง 28 เม็ด แต่ถ้ายังไม่แน่ใจหากจะมีเพศสัมพันธ์อาจเลือกวิธีคุมกำเนิดแบบนับวัน หน้า 7 หลัง 7 (7 หน้าหมายความว่า 7 วันก่อนหน้ารอบเดือนจะมา 7 วันหลัง หมายความว่า 7 วัน นับจากวันแรกที่รอบเดือนมา) หรือให้แฟนใส่ถุงยางอนามัยในช่วง 2 สัปดาห์แรกเป็นออฟชั่นเสริมด้วยจะชัวร์มากขึ้น
2. ถ้ากินยาคุมกำเนิดเกรงว่าจะมีสิวฝ้าขึ้นเต็มหน้าทำยังไงดี ?
- ถ้าใบหน้าเริ่มมีฝ้าให้เปลี่ยนขนาดยาที่มีเอสโตรเจนต่ำลง คือลดเหลือแค่ 20 ไมโครกรัม ระหว่างนี้ก็ต้องรักษาฝ้าไปด้วย โดยหลีกเลี่ยงการถูกแดดจัดๆ และใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าทำตามแล้วก็ยังไม่ได้ผลแถมยังทำให้ประจำเดือนขาดก็ควรไปปรึกษาแพทย์ หาวิธีคุมกำเนิดแบบอื่นแทนจะดีกว่า
3. เคยกินยาคุมแบบแผง 28 เม็ด แต่ต้องไปทำธุระต่างจังหวัดเลยไม่อยากให้ประจำเดือนมาช่วงนั้น หากตัด 7 เม็ดที่ไม่ใช่ยาคุมออกไปแล้วเริ่มกินแผงใหม่ที่ขึ้นด้วยฮอร์โมนเลยจะทำได้หรือไม่ ?
- การเลื่อนประจำเดือนให้ออกไปอีกโดยการกินยาเม็ดที่มีฮอร์โมนต่อเลยนั้นทำได้ค่ะและสามารถทำได้เท่าที่ต้องการ แต่ถ้าอยากให้ประจำเดือนมาปกติก็ให้หยุดแผงต่อไปก่อนจากนั้นอีก 2-3 วันประจำเดือนก็จะมาปกติอาจมีข้อสงสัยว่า แล้วจะเริ่มกินยาคุมอีกทีเมื่อไรก็เริ่มในวันแรกหลังจากประจำเดือนหมด
4. เพื่อนบอกให้กินยาคุมแบบฉุกเฉินทุกครั้งหลังจากที่มีเซ็กซ์ ?
- ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินควรใช้ในกรณีที่โดนข่มขืน ถุงยางหลุดกลางคันหรือหมดอายุ และลืมกินยาคุม เพราะยาประเภทนี้จะมีฮอร์โมนมากกว่ายาคุมแบบกินทุกวัน แต่ก็มีบางคนที่ใช้ผิดวิธีเหมือนที่เพื่อนของคุณกำลังจะทำนั่นแหล่ะคือ กินหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งหรือกินมากกว่า 3 เม็ด/สัปดาห์ ก็เข้าข่ายเสี่ยงแล้ว เพราะฮอร์โมนที่สูงขึ้นจะทำให้มีผลต่อสุขภาพตามมาด้วย เช่น ทำให้มีเลือดออกในช่องคลอดบ่อย การทำงานของมดลูกและรังไข่เกิดความผิดปกติ แต่รู้ไหมว่า เดี๋ยวนี้ผู้ชายเป็นคนพกยาตัวนี้กันแล้วและมักหลอกให้แฟนกินหลังมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งอ้างว่าเป็นยาบำรุง
5. กินยาคุมกำเนิดอาทิตย์แรกก็เกิดคลื่นไส้แล้ว แต่พออาทิตย์ที่ 2 ยิ่งมีอาการมากขึ้นเลยอยากทราบวิธีแก้หน่อยค่ะ ?
- ก่อนจะเลือกวิธีคุมกำเนิดด้วยการกินยาไม่ว่าจะเป็นแบบแผงกินทุกวันหรือแบบฉุกเฉินควรคิดเผื่อไว้เลยว่า ต้องเจออาการคลื่นไส้ อาเจียนแน่นอน แต่ถ้าคิดจะใช้วิธีนี้ไปก่อนเรามีเทคนิคมาบอกกันแต่เทคนิคนี้ต้องใช้คู่กับวิธีอื่นด้วย นั่นคือ แผงแรกที่กินอาจจะยังไม่ต้องกินตรงเวลาเดียวกันทุกวันแต่ให้กินสลับเวลาออกไปแล้วให้สังเกตุตัวเองว่า เวลาไหนที่ตัวเองมีอาการคลื่นไส้น้อยที่สุดหรือวันนั้นไม่มีอาการเลยก็ให้ยึดเวลานั้นเป็นเวลามาตรฐานในการกินไปเลย แต่ระหว่างนี้ประสิทธิภาพยาคงอาจด้อยไปบ้างจึงต้องให้ฝ่ายชายใส่ถุงยางร่วมด้วยไปก่อน อีกวิธีที่แพทย์แนะนำคือ กินยาแก้คลื่นไส้อาเจียนหรือยาแก้แพ้ก่อนกินยาคุมกำเนิดทั้งสองชนิดประมาณ 15-20 นาที จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าคิดว่ามันจุกจิกเกินไปก็เลือกคุมกำเนิดแบบอื่นจะดีกว่า

6. จะประยุกต์กินยาคุมแบบธรรมดาให้เหมือนกับยาแบบฉุกเฉินทำได้หรือไม่ ?
- ทำได้ค่ะ โดยกินเฉพาะตัวยาหลังมีเพศสัมพันธ์ 2 เม็ดแรกทันที หรือจะกินภายใน 72 ชั่วโมงก็ได้ หลังจากนั้นนับไปอีก 12 ชั่วโมง จึงทานอีก 2 เม็ด
7. หากจะกินยาคุมแบบฉุกเฉินซ้อนกับยาคุมแบบปกติได้หรือไม่ ?
- ทำได้เช่นกันแต่อาการข้างเคียงจะรุนแรง เช่น มีอาการคลื่นไส้มากกว่าเดิมหรืออาจจะมีเลือดออกผิดปกติคล้ายกับเลือดประจำเดือนออกมาประมาณ 2-5 วัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณแพ้ขนาดไหน แล้วยังทำให้ประจำเดือนคลาดเคลื่อนด้วย เช่น อาจจะมาก่อนหรือช้าไปประมาณ 1-2 สัปดาห์
8. มีวิธีการซื้อยาคุมให้เหมาะกับตัวเองเพื่อลดผลข้างเคียงให้มากที่สุดอย่างไร ?
- ควรดูตามฮอร์โมนของร่างกาย ลักษณะรูปร่างของเรา เพราะยาคุมในท้องตลาดมี 3 ประเภท ขึ้นอยู่กับระดับปริมาณของฮอร์โมน คือ ปริมาณน้อย ปานกลาง และปริมาณมากๆ ให้สังเกตว่าถ้าร่างกายเรามีฮอร์โมนเพศหญิงเยอะ คือ มีหน้าอกโต ประจำเดือนมามาก และหลายวัน ควรจะเลือกยาคุมที่มีฮอร์โมนเพศหญิงต่ำ เพราะจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ด้วย แต่ถ้าใครมีหน้าอกเล็ก มีประจำเดือนน้อยและก็มีน้อยวันด้วย หน้ามัน ผมมัน เป็นสิว แสดงว่า เป็นสาวที่มีฮอร์โมนเพศชายสูง สามารถเลือกยาคุมที่มีฮอร์โมนสูงๆ ได้ ซึ่งฮอร์โมนระดับนี้บางยี่ห้อจะช่วยรักษาสิวได้ด้วย
9. อยากรู้วิธีคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมนแต่เป็นวิธีอื่นบ้างมีไหมคะ ?
- มีทั้งที่เป็น 9.1. ปลาสเตอร์คุมกำเนิด ที่ปิดบริเวณหน้าท้องหรือท้องแขนต้องติดครบ 3 สัปดาห์ ถึงค่อยแกะออกแล้วแปะแผ่นใหม่หลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์ 9.2. ห่วงสอดช่องคลอด สอดไว้ในช่องคลอดเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ถอดออกและใส่ห่วงใหม่หลังจากนั้น 1 สัปดาห์; 9.3. ฝังยาคุมกำเนิดหรือพูดง่ายๆ ว่า "ยาฝัง" โดยหมอจะฝังตัวยาอิมพลานอนไว้ที่ใต้ท้องแขน 1 หลอดซึ่งจะคุมได้ 3 ปี
10. แล้วถ้าจะป้องกันแบบไม่ใช้ฮอร์โมนมีวิธีไหนบ้าง ?
- มีหลายวิธีเหมือนกันแต่ที่ทำง่ายและป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์ได้ดี คือ ให้คุณผู้ชายเป็นฝ่ายใส่ถุงยางเสีย แต่ถ้าเขาปฏิเสธว่า "ไม่" คุณอาจเลือกใช้วิธี
10.1. ห่วงอนามัยหรือพูดกันสั้นๆ ว่า ใส่ห่วง ซึ่งหมอจะเป็นผู้ใส่ โดยมี 2 แบบคือ แบบคอปเปอร์ที (Tcu380A) ใส่ครั้งเดียวคุมได้ถึง 10 ปี แต่ถ้าเป็นแบบมัลติโหลด (ML250) จะคุมได้แค่ 3 ปีเท่านั้น
10.2. ถุงยางอนามัยสตรี คือ ใส่ในช่องคลอดก่อนมีเซ็กซ์
10.3. ใช้วิธีสังเกตในช่วงระยะไข่ตก ให้สังเกตมูกที่ปากมดลูกเพราะตามหลักสรีระศาสตร์ง่ายๆ เลยคือว่า ในช่วงระยะเวลาที่ไข่ตกมูกที่ปากมดลูกจะมีลักษณะเป็นยางยืดมากที่สุด ลองใช้นิ้วสัมผัสมูกที่ปากมดลูกดูถ้าเริ่มเป็นยางยืดเหนียวให้งดทำกิจกรรมบนเตียงทันที หรือ
10.4. ใช้แถบตรวจปัสสาวะเพื่อดูแถบสี ถ้าผลปัสสาวะออกมาเป็นสีแดงก็แสดงว่าอยู่ในช่วงอันตราย แต่ถ้าผลตรวจปัสสาวะเป็นสีเขียวแสดงว่า ปลอดภัย
11. อยากรู้จังว่า ตอนนี้สาวๆ เขานิยมใช้วิธีคุมกำเนิดแบบไหนกันมากที่สุด
- การฉีดยาคุมกำเนิดแบบ 3 เดือนต่อครั้ง กำลังได้รับความนิยมเพราะสะดวกและไม่ต้องกังวลว่าจะลืมกินยา แต่จะเหมาะกับคุณแม่ที่มีลูกแล้วเพราะถึงแม้คุณจะหยุดยาแล้วก็ใช่ว่าจะมีลูกได้ทันที ต้องอีกประมาณ 6-12 เดือน ถึงจะมีลูกได้ แต่ถ้าเลือกวิธีฝังยาก็คุมกำเนิดได้ถึง 3 ปี แต่มีผลข้างเคียงคือ ประจำเดือนอาจไม่มาหรือถ้ามาก็น้อยเต็มที แต่ถ้าห่วงเรื่องว่าฝังยาแล้วอาจจะอ้วน มีสิว หรือปวดศีรษะนั้น จะเป็นเฉพาะบางรายเท่านั้นแต่ส่วนใหญ่แทบไม่เกิดอาการอะไรขึ้นเลย
ข้อควรระวัง : ยาคุมกําเนิด
1. เวลาไปซื้อยาคุมกำเนิดสิ่งสำคัญที่ควรบอกเภสัชกร คือ รอบเดือนมากี่วัน มีจำนวนมากน้อยแค่ไหนและมาปกติหรือเปล่า
2. การเก็บยาคุมกำเนิดที่ถูกต้องคือ เก็บไว้ที่อุณหภูมิปกติ หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงๆ และเก็บให้พ้นแสงและความชื้น ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็นเพราะความชื้นส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาเปลี่ยนแปลงได้
3. ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน ห้ามใช้ในสตรีที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเพศสัมพันธ์ เช่น เลือดออกในช่องคลอด เยื่อบุมดลูกงอกผิดปกติ เพราะอาจทำให้การรักษามีปัญหาได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Lisa ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
|