ผื่นบอกโรค บอกสุขภาพ!
ผื่นบอกโรค บอกสุขภาพ! ได้นะจ๊ะ วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มีเรื่องน่ารู้เรื่อง ผื่นบอกโรค บอกสุขภาพ! มาฝากให้คนรักสุขภาพอย่างคุณๆ ได้รู้กันค่ะ ตอนเป็นหวัด เป็นไข้ ทานยาก็คงเบาบางและหายได้ดูไม่ค่อยน่ากังวลอะไรมากมาย แต่เมื่อเราเกิดเป็นผื่น คน แดง ขึ้นมาละก็คงอดสงสัยไม่ได้เลยเชียวแหละว่าเราจะเป็นอะไรไหมน๊า... วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) จึงมีเรื่องราวดีๆ อย่าง น่ารู้ ผื่นบอกโรค บอกสุขภาพ! มาบอกให้คุณได้หาวิธีรักษาและป้องกันกันด้วยค่ะ อย่างเช่น หากเราเกิดเป็น โรคหัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส แพ้แมลง ลมพิษ เราก็จะได้รีบปฐมพยาบาลตัวเองหรือคนรอบข้างได้อย่างง่ายดาย รวมถึงการไปพบแพทย์ได้อย่างทันถ่วงถี่อีกด้วยค่ะ ฉะนั้นแล้ว ผื่นบอกโรค บอกสุขภาพ! จึงเป็นเรื่องที่คนรักในสุขภาพอย่างคุณไม่ควรพลาดค่ะ นั้นเรามาพบกับเรื่อง ผื่นบอกโรค บอกสุขภาพ! เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคุณๆ ไปพร้อมกับเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) กันเลยดีกว่าค่ะ
น่ารู้ ผื่นบอกโรค บอกสุขภาพ!
หากผื่นมีลักษณะเป็นตุ่มนูนใสกระจายทั่วตัว มีอาการคัน และขึ้นพร้อมๆ กับวันที่เริ่มมีไข้ หรือหลังจากมีไข้หนึ่งวันและขึ้นไม่พร้อมกันทั้งตัว บริเวณที่ขึ้นใหม่เห็นเป็นผื่นแดงราบหรือตุ่มใส ขณะที่บางที่ซึ่งเป็นก่อนเริ่มกลัดหนองหรือตกสะเก็ดให้นึกถึง โรคอีสุกอีใส เห็นไหมค่ะชื่อโรคออกจะตรงตัว คือมีทั้งตุ่มสุกและตุ่มใสอยู่ที่ตัวคนป่วยในเวลาเดียวกัน
โดยทั่วไปเมื่อเป็นโรคอีสุกอีใสไม่จำเป็นต้องพบแพทย์นะค่ะ เพียงรับประทานยาลดไข้ ทาคาลาไมน์โลชั่นบริเวณที่เป็นผื่นและพยายามอย่าเกาเพราะจะทำให้ตุ่มติดเชื้อแบคทีเรียกลายเป็นหนอง พักผ่อนให้มากๆ และถ้ามีไข้สูงห้ามอาบน้ำเย็นแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ เพราะโรคนี้หายได้เอง ยกเว้นถ้าเป็นรุนแรง มีอาการหอบ ชัก หรือซึมไม่รู้ตัว ให้รีบส่งโรงพยาบาลด่วน
ที่สำคัญโรคนี้เป็นโรคติดต่อค่ะ แค่ไอจาม หายใจรดกันหรือสัมผัสกับตุ่มแผลก็มีโอกาสที่จะติดโรคได้ โดยเฉพาะในระยะหนึ่งวันก่อนผื่นขึ้นไปจนถึง 6 วันหลังตุ่มใสขึ้น ฉะนั้นควรแยกผู้ป่วยและของใช้จำพวกผ้าของผู้ป่วยจากคนที่ยังไม่เคยเป็นโรคนี้ค่ะ ยกเว้นแต่ว่าอยากเป็นเพื่อให้มีภูมิต้านทานหรือต้องการประหยัดค่าวัคซีน

แต่โรคนี้ดีอยู่อย่างค่ะ คือเมื่อหายแล้วจะมีภูมิต้านทานไปตลอดชีวิตหรือถ้าเป็นสมัยนี้สามารถฉีดวัคซีนป้องกันไว้ได้ตั้งแต่อายุ 4-6 ขวบ
มีผื่นอีกโรคที่ต้องระวัง คือ ผื่นจากโรคไข้เลือดออก ซึ่งจะคล้ายกับตุ่มยุงกัดทั่วตัวและใกล้เคียงกับผื่นจากโรคหัดแต่ก็พอจะแยกกันได้ค่ะ โดยสังเกตว่าถ้าเป็นไขเลือดออกจะไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกไหลและจุดเลือดออกของโรคไข้เลือดออกจะไม่รู้สึกสากมือเหมือนโรคหัดและเวลากดดึงผิวหนังให้ตึงจะไม่จางหายไปเหมือนจุดถูกยุงกัดธรรมดา ซึ่งถ้ามีอาการตามนี้ร่วมกับมีไข้สูงตลอดเวลาก็ควรดื่มน้ำมากๆ รับประทานยาลดไข้และรีบไปพบแพทย์ครับ
แต่ถ้าเป็นโรคหัดนอกจากจะมีน้ำมูกและไอแล้วจะมีอาการหน้าแดง ตาแดง ไม่สู้แสง และผื่นสีน้ำตาลแดงนูนเล็กน้อย จะเริ่มขึ้นจากหลังหูแล้วลามไปทั่วตัวหลังมีไข้แล้ว 3-4 วัน จุดเด่นที่สังเกตได้อีกอย่างคือ หากมีจุดสีขาวๆ เหลืองๆ เล็กขนาดเม็ดงาที่กระพุ้งแก้มใกล้ฟันกรามล่าง (หรือถ้าเป็นมากก็จะมีอยู่เต็มกระพุ้งแก้ม) แสดงว่าเป็นโรคหัดอย่างแน่นอนค่ะ
หากเป็นหัดให้ดูแลเหมือนคนเป็นไข้หวัดคือ พักผ่อน รับประทานยาลดไข้ และเช็ดตัวเวลามีไข้สูง และยืนยันว่าไม่มีของแสลงค่ะ และไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ เพราะเป็นโรคจากเชื้อไวรัสไม่ใช่แบคทีเรีย
เพื่อนสนิทอีกโรคของหัดคือ โรคหัดเยอรมัน ผื่นจากโรคนี้จะเป็นตุ่มเล็กๆ สีชมพู แต่อาการอื่นๆ จะไม่รุนแรงเหมือนโรคหัด และจุดสังเกตที่สำคัญคือ คลำพบก้อนที่หลังหูและท้ายทอย เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองโต
โรคนี้เป็นโรคติดเชื้อที่ไม่รุนแรงเพียงรับประทานยาลดไข้พักผ่อนอยู่กับบ้านสัก 4 วันหลังจากมีผื่นเพื่อไม่ให้ไปติดต่อคนอื่น และควรไปพบแพทย์ก็ต่อเมื่อปวดข้อรุนแรง มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หรือหากเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรกควรพบแพทย์ทันที แต่ทางที่ดีหญิงสาวควรฉีดวัคซีนหัดเยอรมันอย่างน้อย 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ครับส่วนเด็กๆ เดี๋ยวนี้เขามีวัคซีนรวมกับวัคซีนโรคหัด ซึ่งแนะนำให้ฉีดตั้งแต่เด็กอายุ 9 เดือนค่ะ
จะไข้ออกผื่นหรือโรคไหนๆ หากเราเข้าใจและรู้เท่าทันก็คงไม่ยากที่จะรับมือจริงไหมค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลวิธีการดูแลสุขภาพจาก ชีวจิต ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต
|