ป้องกันโรคกระดูกพรุน ด้วย "แสงแดด"
คุณรู้ไหมค่ะว่าแสงแดดนั้นช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ค่ะ จากผลการวิจัยพบว่าคนที่อยู่ในเขตเมืองมักจะขาดวิตามินดีในการป้องกันโรคกระดูกพรุนซึ่งนั้นหมายถึงคุณไม่ค่อยจะโดนแสงแดดเลยนะซิ การออกกำลังกายกลางแจ้งเพียงวันละ 30 นาที จะช่วยในการเสริมสร้างวิตามินดีให้กับร่างกายของคุณและเป็นเกาะ ป้องกันโรคกระดูกพรุน ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวค่ะ นั้นต่อไปใครที่ไม่อยากจะเป็นโรคกระดูกพรุนก็ต้องหันมาออกกำลังกลางแจ้งกันบ้างแล้วนะค่ะเพื่อสุขภาพที่ดีค่ะ
ป้องกันโรคกระดูกพรุน 30 นาที กับแสงแดด
รศ.นพ.ศุภศิลป์ สุนทราภา อาจารย์ประจำภาควิชาออร์โธปิดิกส์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นกล่าวถึงผลการวิจัยเรื่องความชุกของภาวะขาดวิตามินดีในบุรุษสุงอายุที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง จ.ขอนแก่น ประเทศไทย ซึ่งได้รับทุนการวิจัยจากสำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า ประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองมีภาวะขาดวิตามินดีเป็นจำนวนมาก โดยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นขาดแคลนวิตามินดี 65 % กลุ่มคนวัยทอง 60% และกลุ่มสตรีที่หมดประจำเดือนมีมากถึง 80% ซึ่งส่งผลทำให้กลุ่มคนดังกล่าวเกิดความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนได้ในอนาคต ทั้งนี้วิตามินดีเป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อร่างกายมนุษย์โดยจะไปช่วยยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (Parathyroid) ซึ่งเป็นฮอร์โมนอันตรายที่จะไปสลายแคลเซียมออกจากกระดูก นอกจากนี้แล้ววิตามินดียังช่วยสร้างสารออสธีโอเคลซิน (osteocalcin) ช่วยดึงแคลเซียมเข้ามาในกระดูกและช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเป็นการป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ทางหนึ่ง อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มของผู้สูงวัยได้ด้วย

รศ.นพ.ศุภศิลป์ กล่าวอีกว่า ร่ายกายของมนุษย์จำเป็นต้องได้รับวิตามินดี 400-800 ยูนิตต่อวัน การเพิ่มวิตามินดีให้กับร่างกายนั้นสามารถทำได้โดยการทานน้ำมันตับปลา เนื้อปลา และวิตามินดีแบบเม็ดหรือการสร้างวิตามินด้วยตัวเองซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุดนั่นคือ การเปิดรับแสงแดดผ่านทางผิวหนังซึ่งแสงแดดมีคุณสมบัติในการสร้างวิตามินให้กับร่างกาย เช่น การออกกำลังกายกลางแจ้ง การเดินตากแดด เป็นต้น สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมคือตั้งแต่ 8.00-10.00 น. และ 15.00-17.00 น. อันเป็นช่วงเวลาที่แสงแดดไม่แรงและไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังมากเกินไป ซึ่งเวลาเพียง 30 นาทีที่ผิวหนังเปิดรับแสงแดดเข้าสู่ร่างกายจะสามารถสร้างวิตามินดีให้กับร่างกายได้ถึง 200 ยูนิตเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองทำให้สุขภาพแย่ลง ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองซึ่งอยู่แต่ในบ้านอยู่แต่ที่ทำงานในร่มไม่ถูกแสงแดดจะขาดวิตามินดีมากกว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบทที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านโดนแดดตามไร่ นา ทำให้ร่างกายได้รับแสงแดดไปช่วยสร้างวิตามินดีได้มากกว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง "ดังนั้นผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองที่มีโอกาสถูกแดดน้อยจะต้องหมั่นให้ร่างกายได้รับแสงแดดบ่อย ๆ ต้องออกกำลังกายกลางแจ้ง เดินถูกแสงแดดบ้างตามช่วงเวลาที่เหมาะสมเพราะการถูกแสงแดดนาน ๆ จะช่วยสร้างวิตามินดีได้มาก และไม่ต้องกลัวว่าการที่วิตามินดีสะสมในร่างกายในปริมาณมากจะเป็นอันตรายเพราะร่างกายมีกระบวนการปกป้องและควบคุมด้วยตนเอง โดยร่างกายจะค่อย ๆ นำวิตามินดีที่สะสมออกมาใช้และบางส่วนจะถูกแปลงให้เป็นวิตามินดีที่ไม่มีผลกระทบต่อร่างกายแต่อย่างใด" รศ.นพ.ศุภศิลป์ กล่าว ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไอเอ็นเอ็น ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
|