|
ดื่มน้ำบำบัดโรค "สุขภาพดี"
ดื่มน้ำบำบัดโรคช่วยให้สุขภาพดีได้นะค่ะ เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มีคำแนะนำเรื่อง ดื่มน้ำบำบัดโรค มาฝากกันด้วยค่ะ เพราะว่า ณ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่หันมาดูแลสุขภาพกันมากมาย ดื่มน้ำบำบัดโรค ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงได้ง่ายๆ แถมไม่ให้ต้องเจ็บป่วยได้ง่ายๆ ห่างไกลจากโรคภัยอีกต่างหาก หลายคนอาจจะยังไม่เชื่อเรื่อง ดื่มน้ำบำบัดโรค มากนัก นั่นมาลองทำความรู้จักเรื่อง ดื่มน้ำบำบัดโรค ไปพร้อมๆ กันเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) กันเลยดีไหมจ๊ะ แต่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) ต้องบอกกันไว้ก่อนนะจ๊ะว่า ดื่มน้ำบำบัดโรค ควรจะดื่มน้ำเปล่า น้ำธรรดา น้ำตามธรรมชาติ ไม่ใช่การดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน สุรา หรือ เบียร์ นะจ๊ะ แที่สำคัญไม่ใช่น้ำเย็นอีกด้วยจ้า ว่าแล้วตาม ดื่มน้ำบำบัดโรค ให้สุขภาพดีกันเลยดีกว่าค่ะ

ดื่มน้ำบำบัดโรค
ร่างกายของเรานั้นเปรียบเหมือนนาฬิกาอวัยวะที่อยู่กับตัวเราตลอดเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ อวัยวะในร่างกายของเราจะทำหน้าที่ตามเวลาอัตโนมัติ โดยช่วงที่ควรนอนหลับที่สุด คือ เวลา 21.00 น. ถ้าหากเข้านอนหลังจากนี้จะมีพลังงานไปช่วยเหลือกระบวนการสะสมพลังงานในร่างกายไม่เต็มที่ผลก็คือจะทำให้ร่างกายมีพลังงานสะสมไม่เพียงพอในการฟื้นฟูอวัยวะต่างๆ ให้สะอาดและแข็งแรงสำหรับวันต่อไป
การตื่นนอนขึ้นมาพบกับวันใหม่เราควรดื่มน้ำเพราะสาเหตุใด วีระชัย วาสิกดิลก หรือ หมอแดง แพทย์แผนไทยผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้เกี่ยวกับการดื่มน้ำว่า เราต้องดื่มน้ำให้สมดุลกับน้ำหนักตัวเพื่อให้เลือดไม่หนืดและข้นจะช่วยให้หัวใจที่เป็นตัวปั๊มเลือดไม่พัง
ประการที่สองเมื่อตื่นมาเราควรดื่มน้ำเพื่อชำระล้าง เพราะตอนกลางคืนร่างกายจะขับสารพิษไปไว้ที่ลำไส้ ดังนั้นในช่วงเช้าเวลาประมาณ 07.00 น. เราควรตื่นนอนมาดื่มน้ำเพื่อขับของเสีย (อุจจาระ) ออกจากร่างกาย ถ้าหากไม่ดื่มจะมีผลเสียเพราะมันจะถูกดูดกลับไปใช้ใหม่จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าและเกิดไขมันที่เสียในร่างกาย
ประการที่สาม แม้จะดื่มน้ำเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการแล้วก็ตามแต่ถ้าเราดื่มน้ำผิดวิธีก็ป่วยได้ เช่น อย่าดื่มน้ำเมื่อหิว แต่ให้หมั่นจิบน้ำบ่อยๆ ให้น้ำค่อยๆ ซึมเข้าร่างกาย และอย่าดื่มน้ำพรวดเดียวจนมากเกินไปเพราะจะทำให้ไตทำงานหนักในการขับปัสสาวะออก ที่สำคัญควรดื่มน้ำก่อนอาหาร 15 นาที ระหว่างรับประทานอาหารและหลังทานอาหารใหม่ๆ อย่าเพิ่งดื่มน้ำมากนัก
ขอขอบคุณข้อมูลวิธีการดูแลสุขภาพจาก เดลินิวส์ ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต
|