วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า อย่างทั่วถึง
อารมณ์คนเรานั้นเป็นของไม่แน่นอนบ้างทีก็มีความสุขก็จะยิ้มออกมาบ้างครั้งก็เครียดหรือโมโห
ก็จะทำหน้านิ่วคิ้วขมัดกันขึ้นมา คุณรู้ไหมว่าสิ่งเหล่านี้นั้นมีผลต่อการเกิดริ้วรอยบนใบหน้างาม ๆ ของคุณด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่เป็นไรค่ะวันนี้เรามีวิธีลดริ้วรอยบนใบหน้าอย่างทั่วถึงให้กับใบหน้าของคุณ ๆ ทั้งหลายที่อยากหล่ออยากสวยให้ได้ห่างไกลหรือขจัดริ้วรอยออกไป นั้นเรามาดู วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า กันเลยค่ะ
วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า
นพ.ชัยประสิทธิ์ บาลมงคล อายุรแพทย์โรคผิวหนัง โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ริ้วรอยบนใบหน้าเกิดจากปัจจัยหลัก 2 ส่วน คือ
1. การขาดหายไปของเส้นใยคอลลาเจนเพราะผิวหนังของเรามีสารที่เรียกว่า "คอลลาเจน" ซึ่ง มีหน้าที่ทำให้ผิวแข็งแรงเต่งตึง แต่เมื่อเวลาผ่านไปสารสำคัญตัวนี้กลับถูกทำลายจากแสงแดด มลภาวะ และการดูแลผิวที่ไม่ถูกวิธี ทำให้โครงสร้างของเนื้อเยื่ออ่อนแอลง ผิวบางลง ขาดความยืดหยุ่นและเริ่มหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก ริ้วรอยลักษณะนี้เห็นได้แม้ขณะอยู่เฉย ๆ ไม่มีการแสดงสีหน้า เช่น ร่องแก้ม คางและคอที่หย่อนยานลง
2. การหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าของคนเรานั้นมีกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ อยู่ ซึ่งมีหน้าที่หดตัวเพื่อแสดงอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ เช่น การขมวดหรือยักคิ้วเมื่อเครียดหรือแปลกใจ การใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำ ๆ ทำให้ผิวหนังที่อยู่เหนือกล้ามเนื้อนั้นเกิดเป็นรอยย่นขึ้น ลักษณะริ้วรอยชนิดนี้พบบ่อยที่ใบหน้าส่วนบน เช่น รอยย่นบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และรอยย่นที่หางตาเวลายิ้มหรือที่เรารู้จักกันกันดีในชื่อของ "รอยตีนกา"
การรักษาเมื่อมีปัญหาริ้วรอย
ปัจจุบันมีโฆษณาครีมบำรุงหรือเครื่องสำอางมากมายที่อ้างสรรพคุณว่า ช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ ความจริงแล้วคุณสมบัติหลักของครีมเหล่านี้คือ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นทำให้รอยเล็ก ๆ ที่เกิดจากอาการแห้งดูดีขึ้น ในเนื้อครีมอาจเติมสารประกอบ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี กรดผลไม้ (AHA) หรือสารสกัดจากผักผลไม้อื่น ๆ เพื่อหวังผลช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น แต่ประสิทธิภาพของครีมเหล่านี้ยังเป็นที่สงสัยกันอยู่เพราะไม่มีการพิสูจน์ทางการแพทย์รับรองว่าครีมเหล่านี้ได้ผลดังที่กล่าวอ้างหรือไม่
หากต้องการให้เห็นผลแน่นอนควรใช้วิตามินหรือยาที่ความเข้มข้นสูง ซึ่งต้องได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานหรือใช้เครื่องมือทางการแพทย์สมัยใหม่ช่วย เช่น การผลักวิตามินเข้าสู่ผิวด้วยกระแสไฟฟ้าหรือคลื่นเสียง แต่โดยหลักการแล้วเมื่อเราทราบว่าต้นเหตุของริ้วรอยเกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวและการหดตัวของกล้ามเนื้อ การรักษาที่ตรงจุดจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและน่าพอใจ
ผิวเสื่อมสภาพ แก้ไขได้อย่างไร
ปัญหานี้เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนใหม่ โดยเครื่องมือล่าสุดที่ได้รับการรับรองจาก FDA ของอเมริกาและมีผลการวิจัยยืนยันคือการรักษาที่เรียกว่า Thermage ซี่งเครื่องมือนี้จะมีคอมพิวเตอร์ที่ส่งคลื่นวิทยุลงไปในชั้นผิวหนังในปริมาณที่เหมาะสมและลึกพอที่จะกระตุ้นคอลลาเจนเดิมที่มีอยู่ให้หดตัว มีการเรียงตัวแบบเป็นระเบียบมากขึ้นที่สำคัญคือมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ทำให้ผิวแข็งแรงและรูปหน้ากระชับขึ้นริ้วรอยต่าง ๆ ดูลดลง คิ้วหรือเปลือกตาที่เคยตกร่องแก้มที่เคยลึก คางที่เคยหย่อนคล้อยก็จะค่อย ๆ ถูกยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติหลังการทำเพียงครั้งเดียว บางรายถึงกับเรียก Thermage ว่าเป็นวิธีดึงหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องกังวลเรื่องแผลผ่าตัด แผลเป็น หรือการดมยาสลบ การรักษาด้วยวิธี Thermage นี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงจะเริ่มเห็นผลอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะเวลา 2-6 เดือน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสามารถคงอยู่ได้เป็นปี

ริ้วรอยจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ แก้ไขได้ไหม
ต้องขอบคุณวิทยาการทางการแพทย์ที่ค้นพบ Botox หรือ Botulinum toxin ซึ่งเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ชนิดหนึ่งสกัดมาจากแบคทีเรีย มีฤทธิ์ยับยั้งการนำกระแสประสาทที่ส่งมายังกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ๆ ทำให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งอยู่เกิดการคลายตัว ดังนั้นจึงสามารถนำมาใช้รักษาริ้วรอยที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อได้รอยย่นดูเรียบขึ้นหรือถ้าเป็นไม่มากอาจหายไปได้เลย และการฉีด Botox ยังสามารถป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ได้ด้วย โดยการฉีดแต่ละครั้งใช้ปริมาณยาเพียงเล็กน้อยและใช้เวลาเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น หลังฉีดไม่ต้องพักฟื้นสามารถกลับบ้านหรือกลับไปทำงานต่อได้เลยทีเดียว โดยจะเริ่มเห็นผลของการฉีดภายใน 2 วัน และได้ผลเต็มที่ประมาณ 1 สัปดาห์ การฉีดแต่ละครั้งผลจะอยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน แต่การฉีดครั้งถัด ๆ ไป ฤทธิ์ของยาจะอยู่ได้นานขึ้นอาจนานถึง 6 เดือน
มาถึงบรรทัดนี้หลายคนคงสงสัยแล้วว่า ถ้าต้องการรักษาริ้วรอยควรทำอย่างไรดี แต่อย่าเพิ่งขมวดคิ้วเพราะจะทำให้ยิ่งเกิดรอยไปกันใหญ่ แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพราะแต่ละคนก็มีปัญหาแตกต่างกันไป จึงควรประเมินสภาพผิวพูดคุยและวางแผนการรักษาร่วมกันเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด โดยอาจใช้การรักษาวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกัน เช่นการทำทรีตเมนต์ร่วมกับการทำเลเซอร์หรือรักษาด้วยวิธี Thermage ร่วมกับการฉีด Botox
อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการป้องกัน ทำอย่างไรจึงจะลดหรือชะลอการเกิดริ้วรอย แนะนำหลักการง่าย ๆ ดังนี้
- การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวและใช้เป็นประจำ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแข็งแรงและชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยโดยเฉพาะคนที่มีผิวแห้ง
- หลีกเลี่ยงการได้รับรังสี UV ที่มากเกินไปเพราะเป็นตัวการทำลายผิว ควรทาครีมป้องกันแสงแดดที่มีประสิทธิภาพในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำทุกวัน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ผิวมีเวลาพักผ่อนและซ่อมแซมตัวเอง โดยระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
- ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้วเพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ
- ไม่ดื่มเหล้า หรือสูบบุหรี่ เพราะทำให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย
- อย่าลืมออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
- พยายามไม่เครียดและหลีกเลี่ยงการขมวดคิ้วหรือย่นหน้าผากบ่อย ๆ เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
|