ไม่เสี่ยง! ผ่าตัดศัลยกรรม ทำไงน๊า?
สำหรับท่านใดที่กำลังคิดจะไปทำผ่าตัดศัลยกรรม แต่กลัวว่าจะเสี่ยงกับปัญหาที่จะตามมาในภายหลังลองหัน
มาฟังทางนี้สักนิด เพราะวันนี้เราได้นำเอาเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการทำ ผ่าตัดศัลยกรรม ที่ว่า ทำสวยแบบไม่เสี่ยงทำอย่างไรถึงจะสบายใจและปลอดภัยแน่นอนมาฝากกันค่ะ
ไม่เสี่ยง! ผ่าตัดศัลยกรรม
นพ.ชลธิศ สินรัชตรนันท์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ให้คำแนะนำว่า ถ้าเริ่มคิดว่าจะทำศัลยกรรมสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงเป็นหลัก คือ เรื่องความปลอดภัย ก่อนอื่นควรต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมนั้น ๆ ให้มากที่สุด เช่น ถ้าต้องการเสริมจมูกก็ควรรู้ว่าปัจจุบันการเสริมจมูกมีกี่วิธี แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร อะไรเป็นข้อห้าม และเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงรวมถึงการเลือกสถานพยาบาลและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพราะปัจจุบันมีหมอเถื่อน หมอกระเป๋าหิ้ว และคลินิกเถื่อนเกลื่อนเมือง
ทั้งนี้หลักเกณฑ์การพิจารณาสถานพยาบาลและแพทย์เพื่อความปลอดภัยและไม่ต้องเสี่ยง 2 ข้อ คือ มาตรฐานและคุณภาพ
"คำว่ามาตรฐาน หมายถึง 1.สถานพยาบาลต้องถูกกฎหมายมีใบรับรอง 2.แพทย์ต้องเป็นแพทย์แผนปัจจุบันไม่ใช่หมอเถื่อนหรือหมอกระเป๋าหิ้ว เมื่อได้มาตรฐานแล้วสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมอีก คือ คุณภาพ โดยต้องดูจากผลงานและประสบการณ์ของหมอที่ผ่านมา อาจถามจากหมอโดยตรงหรือสอบถามผู้รู้ต่าง ๆ ไม่ใช่ดูจากโฆษณาเพียงอย่างเดียวหรืออย่าตัดสินใจเพราะสิ่งจูงใจ เช่น การตัดราคา เป็นต้น"
นอกจากนี้ นพ.ชลธิศ ยังเปิดเผยว่า การทำศัลยกรรมเป็นขบวนการผ่าตัดบนผิวเนื้อของใบหน้าประกอบด้วยการตัด เย็บและเสริม ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ศัลยแพทย์ทุกคนได้ร่ำเรียนมาเหมือนกันแต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ การสร้างสรรค์
"การทำศัลยกรรมเปรียบเสมือนการสร้างสรรค์ประติมากรรม นอกจามฝีมือด้านการผ่าตัดและการเย็บแล้ว ศัลยแพทย์ต้องมีพรสวรรค์และพรแสวงในการสร้างสรรค์ประติกรรมชิ้นนี้ให้สวยงามได้ดั่งใจ"
ความยากของการทำศัลยกรรมจึงอยู่ที่ "เส้นสายลายริ้ว" ซึ่งเป็นเรื่อง "ศิลป์" หลักการเลือกศัลยแพทย์จึงไม่ต่างกับการเลือก "ช่าง" ดังนั้น ผลงานกับประสบการณ์จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญและสามารถรับประกันความผิดพลาดได้เป็นอย่างดี

เมื่อได้สถานที่และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำให้เกิดความมั่นใจครบถ้วนแล้ว ข้อปฏิบัติสำหรับก่อนทำศัลยกรรมที่ผู้ทำศัลยกรรมควรทราบคือ
1. ต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีประวัติหรือกำลังป่วยเป็นโรค 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มโรคเสี่ยง ได้แก่ โรคหัวใจ ความดัน และเบาหวาน กลุ่มโรคเลือด เช่น เลือดไหลไม่หยุด และกลุ่มติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด ไซนัส เป็นต้น หากป่วยต้องรักษาโรคให้หายก่อนจึงจะสามารถทำศัลยกรรมได้ โดยเฉพาะโรคหัวใจที่อาจส่งผลถึงชีวิตได้
2. พักผ่อนให้เพียงพอ
3. ต้องงดน้ำและอาหาร อย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงก่อนทำศัลยกรรม เพื่อให้การทำศัลยกรรมในครั้งนั้นราบรื่นไม่ต้องสะดุดหยุดกลางคัน
ส่วนข้อข้องใจที่ผู้ทำศัลยกรรมส่วนใหญ่มักกังวล คือ เรื่องความเจ็บปวดและสุดท้ายก็ขอให้วางยาสลบ เรื่องนี้นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าเป็นการผ่าตัดขนาดเล็กไม่ทำให้เจ็บและปวดมาก ดังนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญใบหน้าส่วนใหญ่จะไม่วางยาสลบแม้ว่าจะถูกร้องขอจากผู้ทำศัลยกรรมก็ตาม
ทั้งนี้เพราะในกระบวนการผ่าตัดศัลยกรรมบนใบหน้านั้น แพทย์ต้องมีการทดสอบระหว่างทำด้วยว่าผลงานเป็นอย่างไร เช่น การทำตาสองชั้น เมื่อลงมือปฏิบัติการตรวจเช็คความสวยงามจำเป็นต้องให้ผู้ป่วยลืมตาและหลับตา เพื่อเช็คว่าตาทั้งสองข้างเท่ากันและมีขนาดที่พอเหมาะตามความต้องการแล้วหรือยัง แต่เป็นธรรมดาที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเกิดอาการตื่นเต้นหรือกลัวเจ็บ ซึ่งวิธีการที่ถูกต้องคือการให้ยาคลายเครียดประเภทวาเลียม ซึ่งจะให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย ขณะทำศัลยกรรมได้
"การวางยาสลบมักใช้กับการศัลยกรรมหน้าอก แปลงเพศ และตัดไขมันหน้าท้องเป็นหลักเนื่องจากเป็นการผ่าตัดใหญ่ไม่ใช่ผ่าตัดบนพื้น ผิวอย่างศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าทั้งนี้ ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ต้องการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าไม่ว่าเสริมจมูก ทำตาสองชั้น ดึงหน้าคือต้องใช้วิจารณญาณในการรับฟังคำโฆษณาหรือคำแนะนำจากผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ ประการสำคัญก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมควรสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ให้มากที่สุดจนมั่นใจแล้วจึงค่อนตัดสินใจทำ"
หากปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมาอย่างรอบคอบโดยไม่ใจร้อนหรือด่วนตัดสินใจก่อนศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด อย่างน้อยการทำศัลยกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ไม่มีคำว่า "เสี่ยง" อย่างแน่นอน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
|