น่ารู้! ศัลยกรรม การดึงหน้า
การดึงหน้าอีกหนึ่งปัจจัยที่คุณผู้หลาย ๆ ที่เริ่มจะมีอายุเพิ่มมากขึ้นคิดที่จะทำศัลยกรรม การดึงหน้า นี้ค่ะ แม้ว่า อายุเริ่มมากขึ้นผิวหนังของคนเราจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ทำให้ การดึงหน้า ไปที่สนใจอย่างมากในหมู่คุณผู้หญิงที่รักสวยรักงาม การดึงหน้า จะได้มากหรือจะได้น้อยนั้นปัจจัยหลักมักจะขึ้นอยู่ที่โครงสร้างของกล้ามเนื้อและสภาพผิวหนังของแต่ละคน สำหรับ ศัลยกรรมการดึงหน้า นี้มีมานานแล้วยและวิธีการผ่าตัดการดึงหน้าก็มีการปรับปรุงและเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องซึ่งในปัจจุบัน การศัลยกรรมการดึงหน้า ถือว่าได้ผลดีและมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ผิวเรียบตึง ด้วยการดึงหน้า หน้าผาก ดึงคอ
ศัลยกรรม การดึงหน้า
การผ่าตัดดึงหน้าเป็นการผ่าตัดใหญ่ใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง มักนิยมผ่าตัดโดยใช้การดมยาสลบมากกว่าการฉีดยาชาเฉพาะที่ ดังนั้น ขั้นตอนในการเตรียมคนไข้ให้พร้อมก่อนการผ่าตัดเพื่อความปลอดภัยแก่คนไข้จึงมีความสำคัญมาก โดยทั่วไปแพทย์จะต้องตรวจดูความแข็งแรงของร่างกายเป็นพื้นฐานก่อนการผ่าตัด เรียกว่าคนไข้จะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงพอสมควรจึงจะทำการผ่าตัดได้ สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่มีผลต่อการดมยาสลบควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ ส่วนบางท่านที่ทานยาบางชนิดอยู่เป็นประจำ เช่น ยากลุ่มแอสไพริน ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนบางชนิดเป็นเวลานาน ๆ โดยเฉพาะเพื่อรักษาภาวะหมดประจำเดือนหรือเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ฯลฯ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วย เพราะปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการผ่าตัด และการสมานของแผลทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือในรายที่สูบบุหรี่จัดก็ขอให้หยุดสูบทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดจนกว่าแผลจะหายสนิทแล้วเหล่านี้เป็นตัวอย่างของการเตรียมคนไข้ก่อนผ่าตัด

- ขั้นตอนการผ่าตัดการดึงหน้า
เริ่มจากแพทย์จะเปิดแผลบริเวณเหนือหูขึ้นไปถึงบริเวณขมับ โดยผ่านผิวหนังหลังแนวผมเข้าไปตามขอบใบหูด้านหน้าและอาจจะเว้าขึ้นไปที่ติ่งหน้ารูหูเล็กน้อย แล้วต่อลงมาที่ติ่งหูด้านล่างโค้งอ้อมติ่งหูไปทางด้านหลังหูตรงบริเวณซอกหลังใบหูขึ้นไป จากนั้นจึงลากผ่านเข้าไปในผมอีกทีเพื่อซ่อนแผลไว้ในแนวเส้นผมด้วยวิธีดังกล่าวแผลที่โผล่มาให้เห็นจะอยู่ตรงบริเวณขอบหูด้านหน้าเท่านั้น ซึ่งเมื่อแผลหายสนิทแล้วก็มักจะมองไม่ค่อยเห็นชัดส่วนบริเวณอื่น ๆ จะถูกซ่อนเอาไว้อย่างดีตามแนวเส้นผม
จากนั้นแพทย์จะเปิดผิวหนังส่วนบนของใบหน้าหรือส่วนที่หย่อนยานขึ้น เมื่อเปิดได้กว้างเพียงพอแล้วก็จะเปิดยกผืนพังผืดและกล้ามเนื้อขึ้นอีกชั้นหนึ่งเพื่อจะได้ตึงเป็น 2 ชั้น (คือชั้นตื้นและชั้นลึก) โดยแพทย์จะเริ่มจัดการกับกล้ามเนื้อต่าง ๆ ที่มีผลต่อริ้วรอยของใบหน้า เช่น กล้ามเนื้อหางตา กล้ามเนื้อหน้าผาก หว่างคิ้ว กระทั่งกล้ามเนื้อที่คอด้านข้างแพทย์ก็จะจัดการเย็บขึงให้ตึงขึ้นแล้วเย็บติดกับส่วนที่แข็งแรงเพื่อตรึงเอาไว้เป็นแห่ง ๆ เมื่อเรียบร้อยแล้วแพทย์จึงจะดึงหนังส่วนบนให้ตึงและตัดหนังส่วนเกินที่หย่อนออกไป แล้วเย็บผิวหนังปิดเข้ากับที่ใหม่ด้วยไหมเล็ก ๆ ให้แข็งแรงเป็นชั้น ๆ อีกทีก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ปัจจุบันมีการนำไหมเหล็กเหมือนลวดเย็บกระดาษมาใช้เย็บแผลในบางส่วน เช่น แผลที่ซ่อนอยู่ในผม ซึ่งช่วยทุ่นเวลาการผ่าตัดลงได้มากทีเดียวดังนั้นไม่ต้องตกใจหากตื่นขึ้นมาพบลวดเย็บแผลชนิดนี้เข้า
อีกอย่างหนึ่งหลังผ่าตัดแพทย์อาจจะใส่ท่อเล็ก ๆ สำหรับช่วยดูดเลือดที่บริเวณแผลผ่าตัด เพื่อป้องกันเลือดที่อาจจะค้าวคาหลังจากเย็บแผลเรียบร้อยแล้ว อันนี้ก็ไม่ต้องตกใจเช่นกันนะครับ ท่อนี้แพทย์จะเอาออกให้ในเวลาไม่นานนักอาจจะคาเอาไว้แค่วันสองวันเท่านั้น
- หลังการผ่าตัดการดึงหน้า
โดยทั่วไปก็มักจะไม่มีอาการผิดปกติอะไรอาจมีปวดแผลผ่าตัดบ้างแต่ก็สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยยาแก้ปวดหรือการประคบเย็บที่ใบหน้า การประคบเย็นยังช่วยป้องกันอาการบวมที่อาจจะเกิดขึ้นจากการผ่าตัดได้อีกด้วย (หากไม่มีปัญหาใด ๆ อาการบวม หรือฟกช้ำก็มักจะหายสนิทในเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ และรูปโฉมใหม่จะเริ่มเข้าที่ให้เห็นประมาณ 1 เดือนไปแล้ว) ส่วนไหมที่เย็บไว้รวมทั้งไหมเหล็กนั้นแพทย์มักจะถอดออกหลังผ่าตัดประมาณ 7-10 วัน โดยปกติภายหลังการดึงหน้าความตึงของผิวหน้ามักจะอยู่ได้นานหลายปีเดียว แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของคนไข้ด้วย ถ้าอยากชะลอความแก่ตามธรรมชาติที่จะมาเยือนอีกรอบให้นานออกไปควรหลีกเลี่ยงปัจจัยบางอย่าง เช่น การสูบบุหรี่ การอยู่ท่ามกลางมลภาวะต่าง ๆ การตรากตรำกรำแดดเป็นประจำโดยไม่มีอะไรปกป้อง การถูนวดหน้ารุนแรงหรือผิวหนังขาดการบำรุง เป็นต้น นอกจากนั้นควรบำรุงสุขภาพโดยรวมด้วย เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ และคลายเครียดด้วยกิจกรรมต่าง ๆ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสารสวยด้วยแพทย์ ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
|