อาหารเสริมผิวสวย ผิวขาว ผิวใส ผิวอมชมพู
วันนี้เรานำความรู้อาหารเสริมผิวสวย ผิวขาว ผิวใส ผิวอมชมพู มาฝากคุณผู้หญิงทั้งกันด้วยค่ะ เป็นที่รู้กันดีว่าอาหารเสริมผิวสวย ผิวขาว ผิวใส ผิวอมชมพู ณ เวลานี้มีกันออกมามากมายและหลากหลายเหลือเกิน ฉะนั้นแล้วหากว่าคุณผู้หญิงต้องจะเลือก อาหารเสริมผิวสวย ให้เหมาะกับสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้วยิ่งต้องรู้เรื่อง อาหารเสริมผิวสวย กันเอาไว้เลยนะค่ะ และวันนี้เราก็มี 7 อาหารเสริมผิวสวย มาฝากให้คุณผู้หญิงได้เลือกกันอีกด้วยค่ะ นั้นเรามาดูคำแนะนำของอาหารเสริมผิวสวย ผิวขาว ผิวใส ผิวอมชมพู กันเลยค่ะ ต่อไปคุณผู้หญิงหญิงจะได้เลือกอาหารเสริมเพื่อการบำรุงผิวพรรณได้อย่างถูกต้องค่ะ
7 อาหารเสริมผิวสวย ผิวขาว ผิวใส ผิวอมชมพู
1. กลูตาไธโอน (Glutathione)
- เป็นสารสกัดที่ได้มาจากปลา เนื้อ แอสพารากัส อะโวคาโด และวอลนัท
- ทำให้สีผิวสม่ำเสมอ จุดด่างดำดูจางลง และทำให้ผิวขาวขึ้น
- คุณสมบัติของสาร Detoxification ที่มีอยู่จะเปลี่ยนสารพิษต่าง ๆ ที่ตกค้างอยู่ในร่างกายและขับถ่ายทิ้ง
- ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานของวิตามิน C และ E ให้ดูดซึมได้ดีขึ้น
- ไม่พบว่ามีผลข้างเคียงใด ๆ ต่อผู้ใช้
- ขนาดที่ควรรับประทานอยู่ที่ 500-1000 มิลลิกรัมต่อวัน
2. โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10)
- ช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ลดการเกิดริ้วรอย ป้องกันผิวหนังอักเสบจากแสงแดด และช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้เซลล์ผิวทำให้ผิวยืดหยุ่นแข็งแรง
- พบมากในอาหารทะเล เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ รำข้าว ผลิตภัณฑ์จากถั่ว น้ำมันถั่วเหลือง บรอคโคลี่ เป็นต้น
- ถูกดูดซึมได้ดีหากรับประทานพร้อมกับอาหารที่มีไขมัน
- ปริมาณที่แนะนำคือ 30 มิลลิกรัมต่อวัน
- เปลือกสนสกัด (Pine Bark)
- ช่วยทำให้ผิวขาว ใส และลดปฏิกิริยาการเพิ่มเม็ดสีของผิวหนังเมื่อถูกแดด รวมทั้งลดขนาดและความเข้มของฝ้าโดยไม่มีผลข้างเคียงกับผิวบริเวณอื่น
- ไม่มีปฎิกิริยากับยา สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวอื่น ๆ
- ปริมาณที่ควรรับประทานนั้นอยู่ที่ 20-25 มิลลิกรัมต่อวัน
3. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)
- ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวและป้องกันผิวจากรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตรวมทั้งลดอาการแพ้จากสภาพแวดล้อมและเครื่องสำอาง
- ควรรับประทานในปริมาณที่ 20-60 มิลลิกรัมต่อวัน
4. สารสกัดจากชาเขียว (Green Tea Extract)
- ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอย
- สามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ได้ดี
- ขนาดรับประทานที่แนะนำอยู่ที่ 300-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
5. ไลโคพิน (Lycopene)
- พบมากในผักและผลไม้บางชนิด เช่น แอพรีคอต เกรฟฟรุ๊ต แตงกวา มะเขือเทศ และแตงโม
- มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระและชะลอความชราสูงกว่าเบตาแคโรทีนถึง 2 เท่าและให้สารอาหารได้มากกว่ากว่าวิตามินอีถึง 1000 เท่า
6. น้ำมันสกัดจากดอกอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil)
- ป้องกันการสูญเสียน้ำของเซลล์ผิวหนังให้ผิวคงความชุ่มชื่น สดใส เปล่งปลั่ง ปรับสภาพผิวที่แห้งกร้านให้ดูนุ่มขึ้น ลดริ้วรอยและความหมองคล้ำของผิวพรรณ ลดการเกิดสิวอุดตัน ตลอดจนช่วยรักษาอาการผิดปกติทางผิวหนัง เช่น ผิวหนังแห้ง รวมถึงอาการผมร่วง มีรังแค และเล็บเปราะได้
- อาจเกิดอาการข้างเคียงได้ เช่น อาการคลื่นไส้ ท้องอืดเฟ้อ ปวดศีรษะ อาการผื่นแพ้ และอาการลมชักกำเริบ ฯลฯ จึงควรรับประทานผลิตภัณฑ์พร้อม ๆ กับการรับประทานอาหารเพราะสามารถลดอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้
7. บริเวอร์ยีสต์ (Brewer's Yeast)
- อุดมไปด้วย Biotin หรือวิตามิน B ชนิดหนึ่งซึ่งช่วยให้เล็บที่เปราะแข็งแรงขึ้น และช่วยบำรุงสุขภาพผมและยังมีสรรพคุณในเรื่องการรักษาสิวได้ผลดี รวมทั้งมีประสิทธิภาพในการชะลอความชรา
- ขนาดรับประทานที่แนะนำอยู่ที่ 200 มิลลิกรัมต่อวัน
- บริเวอร์มีผลต่อตัวยาอื่น การใช้จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน โรคเก๊าท์ หรือมีระบบภูมิคุ้มกันเสียหายอย่างรุนแรงควรหลีกเลี่ยง ทั้งนี้บริเวอร์ยีสต์ยังมีผลข้างเคียงกับผู้ที่ร่างกายแพ้ต่อการสัมผัสได้ง่าย คืออาจก่อให้เกิดอาการไมเกรน ปวดหัว บางครั้งอาจมีอาการผื่นคัน อาการบวมน้ำ หรือเป็นหัดได้
- การใช้ครั้งแรกอาจก่อให้เกิดแก๊สในลำไส้ ดังนั้นจึงควรเริ่มใช้แต่น้อยก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่แนะนำ หากมีอาการคลื่นเหียนอาเจียน ควรหยุดใช้ทันทีและรีบปรึกษาแพทย์

น่ารู้เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผิวสวย ผิวขาว ผิวใส ผิวอมชมพู
สารสกัดเหล่านี้มีทั้งในรูปของสารสกัดบริสุทธิ์และรูปของอาหารเสริมที่มีจุดมุ่งหมายเฉพาะด้าน เช่น เพื่อให้ผิวขาว ลดกระและฝ้า ลดริ้วรอยหรือให้ผิวพรรณผ่องใส ซึ่งบนฉลากผลิตภัณฑ์ไม่สามารถบอกสรรพคุณนั้น ๆ ได้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ สังเกตได้จากกล่องอาหารเสริมทุกกล่องจะระบุว่า "การได้รับปริมาณอาหารที่จำเป็นนั้น ควรได้รับจากสารอาหารให้ครบ 5 หมู่" เพราะอาหารเสริมไม่ใช่สิ่งจำเป็น
ก่อนตัดสินใจเลือกใช้อาหารเสริมชนิดใดควรรู้ความต้องการของตนเองเสียก่อนเพื่อจะได้พิจารณาสารที่เป็นส่วนประกอบในอาหารเสริมได้อย่างเหมาะสมหลายคนเข้าใจว่า ยิ่งมีสารมากตัวเท่าไหร่ยิ่งดีประสิทธิภาพยิ่งสูงทั้ง ๆ ที่บางครั้งเราไม่ได้จำเป็นต้องใช้สารตัวนั้นเลย แถมยิ่งมีสารมากตัวราคาก็ย่อมมากขึ้นด้วย ที่สำคัญในทุก ๆ ผลิตภัณฑ์จะระบุปริมาณของสารแต่ละชนิดที่ผสมอยู่ การมีปริมาณสารที่มากหรือน้อยเกินไปย่อมเกิดผลเสียทั้งนั้น
ถ้าคุณต้องการเลือกบริโภคอาหารตามธรรมชาติเพื่อให้ได้รับสารเหล่านั้นแทนการกินในรูปอาหารเสริมก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องรับประทานในปริมาณที่มากกว่าเพราะตัวสารสกัดนั้นได้ดึงเอาเฉพาะสารที่ต้องการเพื่อความสะดวกเป็นสำคัญ แต่มีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสียเพราะในกรรมวิธีการสกัดเอาสารนั้น ๆ ออกมาจำเป็นต้องใช้ตัวทำละลาย ซึ่งหากผู้ผลิตไม่มีความชำนาญเพียงพออาจพบปัญหาการตกค้างของตัวทำละลายที่ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากบริษัทผู้ผลิตที่ต้องมีความน่าเชื่อถือและไว้ใจได้
อีกทั้งต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนพิจารณาเลือกซื้อเพราะอาหารเสริมบางตัวอาจมีผลหักล้างกัน เช่น หากเรารับประทานไคโตซานเพื่อดักจับไขมันในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดความอ้วน แต่ต้องการน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสออยส์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวเจ้าไคโตซานก็จะดักจับน้ำมันอีฟนิ่งไว้เพราะถือเป็นไขมันชนิดหนึ่งหรืออย่างผลิตภัณฑ์บางชนิดที่อาจมีผลข้างเคียง เช่น คอนลาเจนที่จะทำให้ร่างกายบวมน้ำคนที่ท้วมจึงไม่ควรรับประทานเพราะจะยิ่งทำให้ดูน้ำหนักมากขึ้นไปอีก
สิ่งที่ต้องพึงปฏิบัติคือการปฏิบัติตามคำเตือนบนฉลากโดยเฉพาะวิธีใช้ซึ่งเราควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อให้อาหารเสริมมีประสิทธิภาพได้อย่างที่ควรจะเป็น
ธรรมชาติของอาหารเสริมทุกชนิดที่ควรเข้าใจให้ถูกต้องคือ เมื่อเรารับประทานอาหารเสริมชนิดนั้น ๆ ไปได้สักประมาณ 2 เดือน ควรหยุดประมาณครึ่งถึงหนึ่งเดือนเพื่อให้ร่างกายได้กำจัดส่วนเกินออกไป โดยอาจจะรับประทานวันเว้นวันเพื่อไม่ให้ร่างกายต้องปรับมากเกินไป จากนั้นจึงกลับไปใช้ใหม่ในปริมาณเท่าเดิม
การแพ้อาหารเสริมข้อสังเกตง่าย ๆ ที่บ่งว่าเกิดอาการแพ้คือ ขึ้นผื่น มีอาการบวม หรือความผิดปกติอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น หากเกิดอาการเหล่านี้อันดับแรกให้กลับมายังร้านที่ซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อสอบถามว่ามีคนเกิดอาการเหมือนเราไหมเพราะถ้ามีเป็นจำนวนมากก็น่าจะแสดงว่าเป็นเรื่องของผลข้างเคียงมากกว่าอาการแพ้ แต่ส่วนใหญ่อาการแพ้อาหารเสริมมักไม่ค่อยรุนแรงเพียงแค่หยุดรับประทานอาการก็จะหายไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Health&Cuisine ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
|