เลือก ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี ?
ปัจจุบันมีครีมกันแดดมากมายหลากหลายยี่ห้อ แต่การจะเลือกซื้อครีมกันแดดนั้นเราจะเลือกซื้อแบบ
ไหนครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี วันนี้เลยถือโอกาสนำบทความแนะนำการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะสมกับโอกาสและสถานที่ สำหรับผู้หญิงทุกคน จะได้รู้ว่าควรเลือกครีมกันแดดแบบยี่ห้อไหนแบบไหนดี
- หลักการเลือกครีมกันแดด
1. ผู้หญิงที่ต้องทำงานในอาคารและไม่ต้องโดนแสงแดดมากนัก สามารถทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 6 - 14 หรือไม่อาจจำเป็นต้องทาเลยก็ได้ 2. ผู้หญิงที่จำเป็นต้องเดินทางนอกสถานที่และมีโอกาสโดนแสงแดดบ่อย ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ระหว่าง 15 - 29 3. ผู้หญิงที่ไปเที่ยงกลางแจ้งหรือเที่ยวทะเล ควรหาทาครีมกันแดดที่มี SPF สูงๆ ทั้งนี้ อย.ของสหรัฐรับรองครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงสุดที่ SPF 50 เท่านั้น พวกค่า SPF 130 อะไรพวกนี้อาจจะถือว่าเกินจำเป็น
- ปริมาณการใช้ที่เหมาะสมของครีมกันแดด
ควรเน้นทาครีมกันแดดให้ทั่วใบหน้าและลำตัว ทั้งนี้ ตามหลักวิชาการระบุว่า ควรทาครีมกันแดดหนาประมาณ 2 มิลลิกรัมต่อ 1 ตร.ซม. นอกจากนี้ ควรทาทิ้งไว้ก่อนออกแดดประมาณ 15 - 30 นาที และทาซ้ำทุก 2 - 3 ชั่วโมง
- การที่โฆษณาระบุว่า ควรทาครีมกันแดดแม้ในวันที่ไม่ต้องถูกแดด จริงหรือเท็จอย่างไร
งานวิจัยพบว่าหลอดไฟมีรังสียูวีเอ ซึ่งส่งผลต่อการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า อย่างไรก็ตาม แสงจากหลอดไฟถือเป็นความเสี่ยงที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด มลภาวะ การรับประทานอาหาร ดังนั้น จึงไม่ควรใส่ใจมากเกินไป โดยเชื่อว่าผู้ขายสิ้นค้าคงต้องการขายสินค้าให้ได้มากๆ เท่านั้น การทาครีมกันแดดมากเกินไปเป็นประจำ อาจสร้างปัญหาใหม่ คือ การสะสมสารเคมีที่ผิวหนัง
- การที่โฆษณาระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่มี "ไลโปโซม" จะช่วยพาครีมสู่ผิวหนังชั้นนอก ทำให้เนื้อครีมไม่หลุดง่ายนั้น จริงหรือเท็จอย่างไร
เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะไลโปโซมเป็นเทคโนโลยี ที่มีจุดประสงค์ในการนำส่งตัวยาหรือสารอาหารเข้าสู่ผิวหนัง แต่ไม่มีความจำเป็นในแง่ของเครื่องสำอาง เนื่องจากไลโปโซมคงตัวได้ไม่ดีและมักสลายตัวระหว่างการเก็บรักษา
- ไทเทเนียมออกไซด์และซิงค์ออกไซด์ ที่เป็นส่วนผสมในสารกันแดด มีอันตรายหรือไม่
สารทั้ง 2 ชนิดถูกจัดอยู่ในประเภทปลอดภัย ทำหน้าที่สะท้อนรังสียูวีออกจากผิวหนัง โดยการเคลือบผิวหนัง และสามารถล้างออกได้โดยการล้างหน้าหรืออาบน้ำ อย่างไรก็ตาม อย.อนุญาตให้ใส่สารทั้ง 2 ชนิดได้ไม่เกิน 25 %
ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี ข้อมูลรายละเอียดของครีมยี่ห้อต่าง ๆ
1. Nivea Sun Moisturising Sun Spray SPF 15 ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง คือ 16.9 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 65 % Nivea Sun Soin Hydratant Lait Protecteur 20 ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง คือ 23.7 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 61 %
2. Boots Soltan Moisturising Sun Care Lotion SPF 15 ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง คือ 15.2 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 70 %
3. Teso Sun Protection 15 Mediium SPF ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 12 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 69 %
4. Marks & Spencer Sun Formula Moisturising Lotion SPF 15 ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 7.1 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 92 %
5. Avon Bronze SPF 15 Sensitive Sun Lotion Spray ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 18.1 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 85 %
6. Garnier Ambre Solaire Moisturising Protection Milk SPF 15 ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 16.3 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 80 % Garnier Solaire clear Protect SPF 15 ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 18.7 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 83 % Garnier Solaire clear Protect SPF 20 ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 18.1 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 86 %
7. Solar Expertise Advanced anti-ageing Sun Protection Lotion SPF 15 ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 15.8 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 80 % Solar Expertise Lait Solaire Protection Avance SPF 20 ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 18.3 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 81 % Solar Expertise Lait brumiseur Protection Avance SPF 20 ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 27.8 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 54 %
8. ROC Minesol Lait Spray SPF 20 ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 27.3 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 60 %
9. Vichy Capital Soleil Lait Gel SPF 20 ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 18.1 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 51 %
จากการทดสอบผลิตภัณฑ์ตัวอย่างส่วนใหญ่พบว่า
- ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มีค่า SPF ใกล้เคียงกับที่กำหนดไว้บรฉลาก หรือไม่ก็มีมากกว่า อย่างไรก็ตาม มีผลิตภัณฑ์ 3 ชิ้นที่มีค่า SPF ต่ำกว่าที่แจ้งไว้ และ 1 ในนั้นมีค่า SPF ไม่ถึงครึ่งของที่แจ้งไว้ - ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เหลือประสิทธิภาพในการกันแดดมากกว่าร้อยละ 50 ภายหลังที่ผิวหนังถูกน้ำ
นิตยสาร "ฉลาดซื้อ" ฉบับที่ 93 โดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
|